นักวิชาการ วอนสภา อย่าหั่นงบ ‘Thailand Zero Dropout Plus’ ปี 70 เหตุต้องช่วยเด็กหลุดระบบอีก 6 แสน

2.08.26 | 18:56 น.

นักวิชาการด้านการศึกษา เรียกร้องขอให้สภาอย่าหั่นงบ ‘Thailand Zero Dropout Plus’ ปี 2570 ต้องช่วยเด็กหลุดระบบอีกกว่า 6 แสนคน

จากกรณีที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีมติเห็นชอบให้ปรับลดงบประมาณการขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout Plus) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จำนวนกว่า 50 ล้านบาทนั้น

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ศ. ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า การตัดงบประมาณในส่วนนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นงบประมาณที่เชื่อมโยงโดยตรงกับโครงการ Thailand Zero Dropout Plus ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ดำเนินการสานต่อมาแล้ว 2-3 รัฐบาล โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการลดจำนวนเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา เด็กนอกระบบ เด็กกลุ่มเปราะบาง และเด็กด้อยโอกาสที่มีอยู่กว่าหนึ่งล้านคนให้กลายเป็นศูนย์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของ กสศ. และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถนำเด็กกลุ่มดังกล่าวกลับเข้าสู่ระบบได้แล้วกว่า 400,000 คน แต่ยังคงเหลือเด็กอีกประมาณ 600,000 กว่าคน ที่ยังคงต้องค้นหา ติดตาม และดูแลช่วยเหลือกันต่อไป

การทำงานเพื่อตามหาเด็กอีกกว่า 600,000 คนที่เหลือนั้น ถือเป็นภารกิจที่มีความยากลำบากเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปนานกว่า 1 ปีแล้ว การที่จะดึงพวกเขากลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่อาจต้องลงพื้นที่มากกว่า 3 ครั้งเพื่อทำความเข้าใจ ให้ข้อมูล คำแนะนำ และประคับประคองอย่างใกล้ชิด ในบางกรณีจำเป็นต้องเข้าไปช่วยวางแผนดูแลเป็นรายบุคคล ช่วยหางานทำ หรือสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับครอบครัว

“ที่ผ่านมา กสศ. ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวนไม่มากนัก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกให้ภาคีเครือข่ายลงพื้นที่ รวมถึงเป็นเงินทุนสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่ยากจนขัดสนและจำเป็นต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยภาคีเครือข่ายที่ลงพื้นที่ภาคสนามเพื่อตามหาเด็กในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ชุมชน แนวตะเข็บชายแดน พื้นที่เกษตรกรรมอย่างไร่อ้อย โรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นที่ที่เข้าถึงยาก

ภาคีเครือข่ายที่ออกตามหาเด็ก คือกลุ่มมดงานสำคัญกลุ่มใหญ่ ที่ทำงานโดยลงพื้นที่ไปสู่ภาคสนามด้วยตัวเอง ลงไปเจอปัญหาจริงแล้วก็ไปชักชวนเด็กให้กลับมาสู่การเรียนตามความต้องการและเหมาะสม คือกลุ่มคนที่ไปช่วยกันเปลี่ยนความคิดของผู้ปกครอง ว่าอย่าเพิ่งหมดหวัง ยังมีโอกาสที่จะใช้การเรียนพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ จนถึงขั้นวางแผนดูแลเด็กแต่ละคนเป็นรายบุคคล และอาจจะไม่ประสบความสำเร็จจากการลงพื้นที่เพียงครั้งเดียว หลายกรณีต้องลงพื้นที่ไปหาเด็กหลายครั้ง การทำงานของพวกเขา ถือเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่ง บุคคลเหล่านี้ประกอบด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครูส่งเสริมการเรียนรู้ (ครู สกร.) และผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รู้จักเด็กและเข้าใจฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวในพื้นที่เป็นอย่างดี พวกเขามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนความคิดของผู้ปกครองไม่ให้หมดหวังและชวนเด็กให้กลับมาเรียนตามความต้องการที่เหมาะสม” ศ. ดร.สมพงษ์ กล่าว

Advertisement

ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุอีกว่า การตัดงบประมาณครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็น ว่าคณะอนุกรรมาธิการฯ อาจไม่เข้าใจเนื้องานที่แท้จริง และไม่เห็นถึงอุปสรรคความยากลำบากในการค้นหาเด็กแต่ละคน แม้เม็ดเงินที่ถูกตัดไปอาจดูไม่มาก เมื่อเทียบกับการใช้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลในส่วนอื่น ๆ แต่การตัดงบส่วนนี้จะส่งผลกระทบและบั่นทอนกำลังใจของคนทำงานในพื้นที่ที่ทำงานด้วยใจและจิตวิญญาณอย่างมาก อีกทั้งยังกลายเป็นกำแพงขวางกั้นความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ซึ่งอาจส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายต้องหยุดชะงักลง

“การทำงานของภาคีเครือข่ายต่างๆ กำลังช่วยให้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ดีขึ้นตามลำดับ และกำลังช่วยสร้างคุณูปการให้กับสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง แทนที่จะตัดงบประมาณ ควรมีการพิจารณาคืนงบประมาณก้อนนี้ หรืออาจจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับจำนวนเด็กที่ยังตกหล่นอยู่อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ รายงานจากคณะกรรมการพัฒนาการเด็กแห่งชาติระบุว่า การลงทุนกับเด็กที่ยากจน กลุ่มเปราะบาง และเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา จะให้ผลตอบแทนคืนกลับสู่สังคมสูงถึง 17 เท่า ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสร้างคุณูปการอย่างยิ่งต่อสังคมไทย ช่วยให้เด็กได้รับโอกาสในการเพิ่มพูนทักษะ (Upskill/Reskill) มีวุฒิการศึกษา มีอาชีพที่มั่นคง และเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังช่วยสร้างระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับนิเวศการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนอย่างเป็นรูปธรรม ในทางกลับกัน การตัดโอกาสเด็กกลุ่มนี้จะส่งผลให้โอกาสของเด็กคนอื่น ๆ ดับลงไปด้วย” ศ. ดร.สมพงษ์ ระบุ

ศ.ดร.สมพงษ์ ยังได้กล่าวชี้แจงเพื่อแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า จากที่ตนเคยให้ข่าวไปว่ารัฐบาลมีการตัดงบประมาณของ กสศ. ไปนับพันล้านบาทนั้น ข้อเท็จจริงคือ งบประมาณถูกปรับลดลงจริงประมาณ 62 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่ที่ถูกตัดไปก็คือส่วน 50 ล้านบาท ในมาตรการ Thailand Zero Dropout Plus ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น