‘ประเสริฐ’ สั่งทบทวนย้ายฟ้าผ่า 40 บิ๊กสพท. พร้อมตรวจสอบข้อร้องเรียน-เยียวยาผู้เสียสิทธิ คาดรู้ผลสัปดาห์นี้แน่นอน
กรณีที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน มีมติอนุมัติตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) รวม 40 ตำแหน่ง จากนั้น นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ลงนามคำสั่ง สพฐ. คำสั่งที่ 2152/2569 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เรื่อง ย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยให้ย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการ สพท. ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสพท.ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ จำนวน 40 ราย ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากมีตำแหน่งว่างขึ้นบัญชีรอการบรรจุเพียง 3 อัตรา และยังเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายนอกฤดูเกษียณอายุราชการที่ใกล้จะมาถึงในวันที่ 30 กันยายนยนี้ แต่กลับมามีคำสั่งย้ายฟ้าผ่า โดยไม่มีการแจ้งให้ผู้อำนวยการสพท. ที่ถูกย้ายได้รับทราบล่วงหน้า เหมือนที่เคยปฏิบัติกันมา โดยตั้งข้อสังเกตว่า การโยกย้ายครั้งนี้ อาจมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่กลุ่มผู้อำนวยการสพท. ที่ได้รับผลกระทบบางราย เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรม ส่วนผู้ที่ใกล้เกษียณฯ อาจยื่นลาออกจากราชการ เพื่อไม่ให้กระทบกับครอบครัวนั้น
อ่านข่าว
- พิเชฐ แจงย้ายบิ๊กล็อต 40 ผอ.เขตพื้นที่ฯ ตามขั้นตอน ปัดการเมืองเอี่ยว
- ‘พิเชฐ’ แจงยิบ สั่งย้าย 40 ผอ.เขตฯ บิ๊กล็อต เป็นเรื่องปกติ รับโทรเคลียร์คนร้องเรียน-ไร้ใบสั่งการเมือง
- ย้ายบิ๊กล็อต 40 ผอ.สพท. ส่อวุ่น ขู่ ลาออก-ฟ้องศาลปกครอง ‘ประเสริฐ’ นัดหาทางออก 7 ส.ค.
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายงาน เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ตอนหนึ่ง ว่า ในที่ประชุม คณะกรรมการก.ค.ศ. วันดังกล่าว ตนได้สอบถามรายละเอียดการเสนอให้มีการแต่งตั้งโยกย้าย ผู้อำนวยการสพท. ทั้ง 40 ตำแหน่ง โดยนายพิเชฐ ได้ยืนยันว่า การโยกย้ายครั้งนี้ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้หลังจากคำสั่งออกมา พบว่ากลุ่มผู้อำนวยการสพท. ที่ได้รับผลกระทบเข้าร้องเรียน หลายช่องทาง โดยบางราย อยู่ระหว่างการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ การถูกย้ายกะทันหันทำให้เสียสิทธิ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ดังนั้น จึงได้เรียกนายพิเชฐ มาสอบถามอีกรอบ และได้นำคำร้องให้ตรวจสอบ และทบทวนข้อร้องเรียนความจำเป็นของแต่ละรายอีกครั้ง เพื่อหาทางดำเนินการแก้ไขต่อไป
“จริง ๆ แล้วการว่าการโยกย้ายผู้บริหารสามารถดำเนินการได้ตลอดทั้งปี โดยเมื่อปีที่ผ่านมาก็มีการโยกย้ายในลักษณะเดียวกัน และดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2568 ประกอบกับการโยกย้ายครั้งนี้มีตำแหน่งว่างอยู่ 3 อัตรา จึงดำเนินการบริหารอัตรากำลังคนภายในศธ.ไปในคราวเดียว อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยกับตัวแทนผู้อำนวยการสพท. ทั้ง15 ราย ก็ได้สะท้อน ว่า การโยกย้ายครั้งนี้ หลายคนเสียกำลังใจ และอยากให้ดำเนินการเยียวยาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งตนก็รับมาพิจารณา แต่ข้อเสนอให้ชะลอคำสั่งย้ายออกไปก่อนนั้น อาจต้องพิจารณาให้รอบด้าน เพราะในการโยกย้ายครั้งนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ แต่ก็ยอมรับว่า มีทั้งผู้ที่สมหวัง และผิดหวัง ดังนั้นถ้าจะชะลอคำสั่ง คงสามารถทำได้ลำบาก โดยภายในสัปดาห์ นี้จะเรียกนายพิเชฐ มาหารืออีกครั้ง เชื่อว่าจะมีความชัดเจนอย่างแน่นอน” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ขอย้ำว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ อาทิ กรณีอยู่ระหว่างการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ การถูกโยกย้ายทำให้เสียสิทธิ จะต้องได้รับการเยียวยา เพราะเป็นเรื่องน่าเห็นใจหากต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะยังไม่ถึงฤดูกาลเลือกตั้ง แต่ถึงอยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง ก็ไม่มีกรณีโยกย้ายที่เกี่ยวข้องกับการเมืองแน่นอน โดยระหว่าง ร่วมคณะเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้มีการสอบถามเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด




