‘ศธ.’ ชู ปฏิรูปอาชีวศึกษา เชื่อมโยงการเรียนสู่โลกการทำงาน

5.08.26 | 16:19 น.

‘ศธ.’ ชู ปฏิรูปอาชีวศึกษา เชื่อมโยงการเรียนสู่โลกการทำงาน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ยกระดับอาชีวศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมโลกการเรียนรู้กับโลกการทำงานอย่างแท้จริง ในโครงการเสริมสร้างศักยภาพการบริหารสถานศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ในการนี้ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการศธ. นายอุทัย ทัพอาสา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั่วประเทศ เข้าร่วม


นายประเสริฐ กล่าวว่า ผมมีความยินดีที่ได้มาพบปะกับผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ศธ.มุ่งปฏิรูปและยกระดับอาชีวศึกษาไทยให้เป็นระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานสากล เป็นกำลังหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นแหล่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและโลกการทำงานยุคใหม่ อาชีวะไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางหลักที่นำไปสู่เส้นทางการศึกษาที่สร้างโอกาส ความก้าวหน้า และอนาคตที่มั่นคงให้แก่ผู้เรียน

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ภายใต้บริบทความท้าทายของประเทศ ทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การเข้าสู่สังคมสูงวัย และการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ศธ.ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างการผลิตกำลังคนของประเทศ โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญให้เข้าใกล้ 45 : 55 เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของภาคเศรษฐกิจ และสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนากำลังคนสายวิชาการและสายวิชาชีพ

Advertisement

“การปรับสัดส่วนดังกล่าว ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษา แต่เป็นการยกระดับคุณภาพและภาพลักษณ์ของสายอาชีพ ให้เป็นเส้นทางการศึกษาที่มีศักดิ์ศรี มีรายได้ และมีโอกาสเติบโตในสายงานอย่างมั่นคง ภายใต้แนวคิด “ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ” สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เรียน ผู้ปกครอง และสังคมเห็นว่าอาชีวศึกษาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และยุทธศาสตร์สำคัญคือ การผลิตกำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเน้นการพัฒนาทักษะที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การนำระบบการจัดอาชีวศึกษาทวิภาคี (Dual Education) ให้เป็นระบบคุณภาพสูง ผ่านความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและภาคเอกชน โดยกำหนดมาตรฐานสมรรถนะร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก 10 สาขา อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงพัฒนารูปแบบให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสร้างแรงจูงใจให้กับภาคเอกชน และสร้างหลักประกันให้ผู้เรียนมีทักษะพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานจริง

“ยังส่งเสริมระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมประสบการณ์จากการทำงาน เชื่อมโยงสู่การได้รับวุฒิการศึกษา ตามแนวทางเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงดูแลกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้สามารถเรียนไปด้วย มีงานทำ มีรายได้ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะและความก้าวหน้าในอาชีพ” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาต้องปรับบทบาทสู่การเป็น CEO ด้านทุนมนุษย์ คือผู้นำด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ สามารถวิเคราะห์แนวโน้มตลาดแรงงาน สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงการผลิตกำลังคนกับทิศทางการพัฒนาประเทศ และทางศธ.เร่งขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทักษะภาษา และระบบข้อมูลสารสนเทศ นำดิจิทัล-Eoffice มาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดการทำงานแบบแยกส่วน และมุ่งสู่ระบบบริหารจัดการที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมรองรับมาตรฐานการศึกษาในระดับสากล