หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา อดีตรองอธิการ...

อดีตรองอธิการบดี มน. หนุนปรับ พ.ร.บ.การศึกษา ชี้ต้องทันโลก AI แนะเพิ่มนักวิชาการร่วมซุปเปอร์บอร์ด

6.08.26 | 16:49 น.
พ.ร.บ.การศึกษา

อดีตรองอธิการบดี มน. หนุนปรับ พ.ร.บ.การศึกษา ชี้ต้องทันโลก AI แนะเพิ่มนักวิชาการร่วมซุปเปอร์บอร์ด

 


วันที่ 6 สิงหาคม ผศ.ดร.พูลทรัพย์ พานิชการ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) และว่าที่ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เพชรบูรณ์ แสดงความคิดเห็นระหว่างร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวงสภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ ต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ว่า กฎหมายการศึกษาจำเป็นต้องปรับให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเข้ามาของ AI (ปัญญาประดิษฐ์) พร้อมเสนอให้เพิ่มบทบาทนักวิชาการในการกำหนดนโยบายการศึกษา กระจายอำนาจสู่สถานศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนควบคู่กับการทำงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษา

ผศ.ดร.พูลทรัพย์ กล่าวว่า แม้มหาวิทยาลัยจะอยู่ภายใต้กฎหมายด้านการอุดมศึกษา แต่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเป็นกฎหมายสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนก่อนเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา จึงเห็นว่าระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะบริบทการเรียนรู้ในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง

ผศ.ดร.พูลทรัพย์  กล่าวต่อว่า “วันนี้เด็กเชื่อ AI มากกว่าเชื่ออาจารย์” เพราะจากเดิมผู้เรียนค้นหาข้อมูลจาก Google แต่ปัจจุบันสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือเข้าถึงองค์ความรู้และฐานข้อมูลทางวิชาการได้อย่างรวดเร็ว ครูจึงต้องปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้ มาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักคิด วิเคราะห์ และใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

Advertisement

ผศ.ดร.พูลทรัพย์ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ หรือ “ซุปเปอร์บอร์ด” ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนั้น  “เห็นด้วยประมาณครึ่งหนึ่ง” เพราะประเทศจำเป็นต้องมีกลไกกำหนดนโยบายระดับชาติ แต่ควรเปิดโอกาสให้นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศควบคู่กับภาครัฐ

ผศ.ดร.พูลทรัพย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา มองว่าแต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน จึงควรเปิดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนและความต้องการของพื้นที่ ขณะที่มหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับผู้เรียนที่เข้าสู่ระบบการศึกษาในอนาคต

ผศ.ดร.พูลทรัพย์ กล่าวต่อว่า ตนเสนอให้เปิดโอกาสให้ผู้เรียน Work while Learn (เรียนไปทำงานไป) เพื่อให้สามารถเรียนและทำงานควบคู่กันได้ พร้อมทั้งเห็นว่าการออกแบบหลักสูตรควรเริ่มจาก Requirement (ความต้องการที่แท้จริง) ของผู้เรียนและตลาดแรงงาน มากกว่าการกำหนดจากมุมมองของสถาบันการศึกษาเพียงฝ่ายเดียว

“วันนี้เราไม่รู้เลยว่า Requirement ของนักศึกษาคืออะไร นักศึกษาอยากได้ 1 2 3 แต่เราไปทำ 6 7 8” ผศ.ดร.พูลทรัพย์กล่าว และว่า เสนอให้มหาวิทยาลัยรับฟังความต้องการของผู้เรียนมากขึ้น เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้ตอบโจทย์ทั้งผู้เรียนและตลาดแรงงาน

ผศ.ดร.พูลทรัพย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนเสนอให้สร้าง Alumni Network (เครือข่ายศิษย์เก่า) ให้เข้มแข็ง เพื่อให้ศิษย์เก่ามีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัย และเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรทำงานร่วมกับชุมชนและท้องถิ่นมากขึ้น โดยแต่ละคณะควรนำองค์ความรู้ของตนเองไปสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ และร่วมกันพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและท้องถิ่น