‘ประเสริฐ’ สั่งทำแผนบริหารร.ร.เล็ก หลัง ‘กมธ.’ แนะตั้งKPI-วัดผลงานบิ๊กเขต
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ได้มีการตั้งข้อสังเกตและสอบถาม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถึงแนวทางการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ให้ผู้บริหารในการดำเนินการควบรวมหรือบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้รายงานข้อมูลดังกล่าวให้ตนรับทราบ โดยทาง กมธ.อยากให้เสนอแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กว่าในอนาคตควรจะมีแนวทางการดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ดำเนินการจัดทำแผนเพื่อเสนอ กมธ.ต่อไป
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการบริหารจัดการในอนาคต จะเป็นไปตามสถานการณ์ของประเทศ ซึ่งปัจจุบันอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนนักเรียนลดลง และจำนวนบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าสู่ระบบมีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกัน ขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กมีอยู่กว่า 1.5 หมื่นโรงเรียน ดังนั้นจึงต้องไปดูว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“สัปดาห์นี้จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว โดยเบื้องต้น ศธ.มุ่งเน้นการสร้างโรงเรียนคุณภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนาโรงเรียนต้นแบบที่มีมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองส่งบุตรหลานเข้าศึกษา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องจัดให้มีระบบคมนาคมและการขนส่งนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอของ กมธ.ที่ให้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ หรือ KPI ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) นั้น ส่วนตัวมองว่า การดำเนินงานต่างๆ ก็ควรมี KPI ในการวัดความสำเร็จ เพื่อให้เห็นความก้าวหน้า อย่างเช่น บางโรงเรียนมีเด็กไม่ถึง 10 คน ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดหลายด้านในการบริหารจัดการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการศึกษาในอนาคต
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กอาจมีข้อกังวลเรื่องการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองเรื่องในมิติของงบประมาณเป็นหลัก เพราะหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาคือ คุณภาพของผู้เรียน หากจำนวนนักเรียนลดลง งบประมาณอุดหนุนต่อหัวอาจจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ตามความเหมาะสม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำอย่างไรให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ



