วิกฤต ‘ร.ร.เอกชน’ ปิดกิจการ ปี69 พุ่ง 30 แห่งทั่วประเทศ เหตุเศรษฐกิจซบเซา-ทายาทไม่ไปต่อ

11.08.26 | 13:19 น.

วิกฤต ‘ร.ร.เอกชน’ ปิดกิจการ ปี69 พุ่ง 30 แห่งทั่วประเทศ เหตุเศรษฐกิจซบเซา-ทายาทไม่ไปต่อ โอดระบบจ่ายตรงสะดุด

นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ที่มี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ติดตามผลการดำเนินการ สวัสดิการตามโครงการเบิกจ่ายตรง (NCH) โดยกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยภาพรวมยังพบปัญหาเรื่องระบบการเบิกจ่าย ซึ่งมีความล่าช้า ทำให้โรงพยาบาลเสียสิทธิ ส่งผลให้ปัจจุบันมีโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการเพียง 700 แห่ง ทั้งที่ควรจะมีกว่า 1 พันแห่งทั่วประเทศ โดยเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการศธ. รับจะนำไปหารือกับ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป


สำหรับการเบิกจ่ายเงินกรณีผู้มีสิทธิครูเอกชน จัดโดย กองทุนสงเคราะห์ฯ ศธ. และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีหน่วยบริการทั่วประเทศ เข้าร่วม ซึ่ง สปสช. ได้รับมอบจากกองทุนสงเคราะห์ฯ ในการทำหน้าที่หน่วยงานกลางในการจัดการธุรกรรมการเบิกจ่ายและระบบข้อมูลบริการสาธารณสุข โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในการเข้ารับการรักษา สิทธิประโยชน์ดังกล่าวครอบคลุมวงเงินค่ารักษาพยาบาล 150,000 บาทต่อคนต่อปี ช่วยให้ครูเอกชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และลดภาระค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันยังยกระดับระบบเบิกจ่ายของสถานพยาบาลให้เป็นมาตรฐานเดียว ลดภาระงานเอกสาร และเพิ่มความโปร่งใสในการชำระเงิน

นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือ ปัญหาโรงเรียนเอกชนขอปิดกิจการเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และอัตราการเกิดที่ลดลง โดยปีการศึกษา 2569 เฉพาะในกรุงเทพฯ มีโรงเรียนเอกชน ขอปิดกิจการไปแล้ว 4 แห่ง ขณะที่ภาพรวมทั่วประเทศ ขอปิดกิจการรวม 20-30 โรงเรียน ส่งผลให้ตัวเลขโรงเรียนเอกชน ลดลงไปอีก ซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาจากสภาพเศรษฐกิจ หรืออัตราการเกิดที่ลดลงเท่านั้น แต่บางโรงเรียน เป็นเรื่องของครอบครัว ที่ทายาทตัดสินใจไม่ดำเนินกิจการต่อ ซึ่งก่อนขออนุมัติปิดกิจการก็จะต้องทำแผนการส่งต่อ นักเรียนไปยังโรงเรียนใหม่ให้เรียบร้อย รวมถึงดูแลครูและบุคลกรทางการศึกษาให้ได้รับสิทธิทางกฎหมายอย่างถูกต้อง