มหา’ลัยชี้วิกฤตอาจารย์ล้นตลาด ‘มรภ.’ ชะลอบรรจุแทนเกษียณฯ

12.08.26 | 12:43 น.

มหา’ลัยชี้วิกฤตอาจารย์ล้นตลาด ‘มรภ.’ ชะลอบรรจุแทนเกษียณฯ โอดเด็กเมินวิทย์-ฮิตสายสังคม

นายรัฐกรณ์ คิดการ รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคลและกฎหมาย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ มหาวิทยาลัยกำลังประสบปัญหาจากอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของสถาบันอุดมศึกษาไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกมหาวิทยาลัยจึงต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยมหาวิทยาลัยมีรายได้หลักมาจาก ค่าเทอมนักศึกษาภาคปกติ ในอดีตมีที่นั่งเรียน ไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ปัจจุบันที่นั่งในมหาวิทยาลัยกลับเหลือเฟือในบางสาขา ขณะที่ปริมาณเด็กและงบประมาณจากภาครัฐ กลับลดลงจนมหาวิทยาลัยต้องหารายได้เองเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ภาวะสวนทางของสาขาวิชา ซึ่งสาขาที่ประเทศต้องการคือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ กลับมีผู้เรียนลดลง สวนทางกับบางสาขาด้านสังคม กลับได้รับความนิยมสูงขึ้น เช่น รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การกีฬา


“นอกจากนี้ ยังรวมถึงสาขาครุศาสตร์ แม้ตลาดแรงงานจะประสบปัญหาครูเกินความต้องการ แต่ผู้เรียนยังคงเข้ามาสมัครเรียนอย่างไม่ขาดสาย ค่านิยมการเรียนครู โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่สะท้อนจาก แผลเป็นทางเศรษฐกิจ เป็นผลมาจากวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 คนที่ทำงานเอกชนรายได้สูงกลับต้องตกงาน แต่งานราชการอย่างครูกลับมั่นคง มีสวัสดิการดูแลไปถึงพ่อแม่ ค่านิยมนี้จึงถูกส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่น แม้ทุกคนจะรู้ว่าโอกาสสอบบรรจุครูในปัจจุบันจะลดน้อยลง เนื่องจากมีการยุบและควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก” นายรัฐกรณ์ กล่าว

นายรัฐกรณ์ กล่าวต่อว่า การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ มีการบูรณาการกันหลายหลักสูตร รวมถึงการตั้ง ‘สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต(Lifelong Office NRRU)’ เพื่อรองรับคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยทำงานและวัยสูงอายุ และย่อยหลักสูตร ซอยรายวิชาให้สั้นลง เรียนแล้วนำไปใช้ทำงานได้ทันที พร้อมระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ให้ผู้เรียนสะสมเพื่อขอรับปริญญาในอนาคตได้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียน ผลสำรวจพบว่า เด็กมัธยมยังต้องการเรียนแบบ On-site ในขณะที่กลุ่มคนทำงานและศิษย์เก่าปฏิเสธการเข้าห้องเรียน และเลือกเรียนแบบ Online หรือ Hybrid ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและตามความต้องการของผู้เรียน

“อีกหนึ่งโจทย์ใหญ่คือ ภาวะอาจารย์เกินอัตราส่วนผู้เรียน เป็นผลผลิตมาจากการรับอาจารย์จำนวนมากในช่วงปี 2550 ที่ยังมีผู้เรียนในมหาวิทยาลัยจำนวนมาก เมื่อเด็กลดลง อาจารย์ไม่สามารถเกลี่ยข้ามสาขาหรือให้ออกจากงานได้ ทางออกจึงต้องใช้การบริหารเชิงโครงสร้าง โดยชะลอการทดแทน เมื่อมีผู้เกษียณจะไม่รับเพิ่มในสาขาที่ผู้เรียนน้อย รวมถึงในส่วนของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรในระดับปริญญาตรี ต้องมีอย่างน้อย 5 คน และในส่วนของบัณฑิตศึกษา อย่างน้อย 3 คน สิ่งนี้เป็นเกณฑ์บังคับ แต่บางหลักสูตรที่ไม่สามารถหาอาจารย์ได้ จะใช้วิธีการจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวหรือจ้างรายชั่วโมงในสาขาที่ขาดแคลนแทน หรือการพึ่งพาภาคเอกชน อาศัยเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ปี 2565 ที่สามารถดึงภาคเอกชนมาร่วมเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรได้ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาได้มีการจับมือกับอู่เชิดชัย ในหลักสูตรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นำนักศึกษาไปเรียนและฝึกงานในสถานที่จริง และได้นำบุคลากรของเอกชนมาสอนให้กับนักศึกษาอีกด้วย นอกจากนี้ ทางรอดของมหาวิทยาลัยไทยในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การแย่งชิงเด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อีกต่อไป แต่คือการเปลี่ยนผ่านสถาบันไปสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการผนึกกำลังกับภาคเอกชน เพื่อสร้างกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง” นายรัฐกรณ์ กล่าว

Advertisement