หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา นายกสมาคมห้อง...

นายกสมาคมห้องสมุดฯ ค้าน รัฐปรับลด-ยุบตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ ชี้เป็นวิชาชีพเฉพาะ

12.08.26 | 16:24 น.

นายกสมาคมห้องสมุดฯ ค้าน รัฐปรับลด-ยุบตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ ชี้เป็นวิชาชีพเฉพาะ เตือนกระทบภาพลักษณ์ประเทศ

ศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะนายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เสนอถึงแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานะทางการคลังของประเทศ งบประมาณรายจ่ายประจำอยู่ที่ 70% เป็นงบประมาณด้านบุคลากรในสัดส่วนที่สูงมาก ดังนั้นการดำเนินการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ จึงเป็นเรื่องจำเป็นในการปฏิรูประบบราชการ ตรึงอัตราข้าราชการ ชะลอบรรจุ ทยอยเลิก 11 ประเภทงาน หากเกษียณอายุ ว่า ตนเห็นด้วยกับหลักการการปฏิรูประบบราชการ แต่ไม่เห็นด้วยกับการยุบตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งบรรณารักษ์ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการคลังความรู้ ข้อมูล สารสนเทศ และคลังปัญญาของชาติ


ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าวต่อว่า บทบาทของบรรณารักษ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง สังคมยุคนี้เป็นยุคไฮบริดที่มีการจัดการทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และข้อมูลดิจิทัล ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติงานในห้องสมุดดิจิทัลไม่ใช่กลุ่มงานไอทีทั่วไป แต่คือบรรณารักษ์ที่ผ่านการฝึกอบรมและเรียนจบด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์โดยตรง รวมถึงสถาบันการศึกษาทั่วประเทศได้มีการปรับหลักสูตรบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง การยุบตำแหน่งนี้จึงไม่ต่างจากการยุบตำแหน่งแพทย์หรือพยาบาลในโรงพยาบาล เพราะบรรณารักษ์เป็นงานวิชาชีพเฉพาะที่ไม่ใช่ใครก็สามารถทำแทนได้

“การที่รัฐบาลรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศมาตรการดังกล่าว โดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ หรือสอบถามความคิดเห็นจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน สะท้อนว่าภาครัฐยังขาดข้อมูลเบื้องต้นที่เพียงพอ อีกทั้งอัตรากำลังของบรรณารักษ์ในระบบราชการมีจำนวนเพียงเล็กน้อย ไม่ได้สร้างภาระงบประมาณจนทำให้รัฐบาลประหยัดงบได้มหาศาล ซึ่งการไปตัดลดองค์กรหรือวิชาชีพเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อการจัดการข้อมูลและการพัฒนาประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และอยากฝากข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลให้มีการทบทวนในเรื่องนี้ รวมถึงควรสอบถามความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าว

ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีห้องสมุดทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่ง ทั้งห้องสมุดประชาชนประมาณ 800-900 แห่ง และห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษากว่า 150 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งต้องมีบรรณารักษ์อย่างน้อย 1 คน ห้องสมุดถือเป็นพื้นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นจุดพักใจ และช่วยลดปัญหาสังคมในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมห้องสมุดฯ กำลังร่วมมือกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สกช. ในการจัดทำมาตรฐานอาชีพบรรณารักษ์และนักสารสนเทศ เพื่อยกระดับสมรรถนะสู่ความเป็นสากล

Advertisement

“นอกจากนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือปี 2572 หอสมุดแห่งชาติและสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเสนอตัว (Bid) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทางวิชาการนานาชาติ The IFLA World Library and Information Congress 2029 (IFLA WLIC 2029) ที่ กรุงเทพมหานคร หากภาครัฐยังมีมาตรการยุบตำแหน่งบรรณารักษ์เช่นนี้ ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และการยอมรับของประเทศไทยในระดับนานาชาติ หลังจากนี้ทางสมาคมห้องสมุดฯ จะมีการหารือร่วมกัน เพื่อทำหนังสือชี้แจงเหตุผลไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการดังกล่าวโดยเร็ว” ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าว