สกร. จัดประกวดคลิปวิดีโอเพลง น้ำกับป่า รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ น้อมนำพระราชปณิธาน สร้างจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต
นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เปิดการประกวดคลิปวิดีโอขับขานบทเพลง “น้ำกับป่า” รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ “วิถีน้ำ วิถีป่า” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่ปรึกษาอธิบดี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหาร และผู้เข้าประกวด เข้าร่วม ณ ห้องมหกรรม ชั้น 2 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ)

โอกาสนี้ ดร.จุมพล ทองตัน หรือ “โกไข่” ศิลปินและผู้ประพันธ์บทเพลง “น้ำกับป่า” และบทเพลง “พระองค์ภา…ศรัทธาที่ยังตรึงใจ” ในฐานะที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ร่วมขับขานบทเพลงกับนักศึกษา สกร. สร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน
นายสุเทพ กล่าวว่า โครงการ “น้ำกับป่า” เกิดขึ้นจากแนวคิดของอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และแหล่งน้ำ และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่ประชาชน
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการทำลายผืนป่า จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้ำกับป่า เพราะป่าช่วยดูดซับและกักเก็บน้ำ ลดมลพิษ และเป็นฐานทรัพยากรที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน ดังแนวทางโครงการ “สร้างป่า สร้างรายได้” อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวเพิ่มเติมว่า การสื่อสารผ่าน “บทเพลง” สามารถเข้าถึงจิตใจและอยู่ในความทรงจำของผู้คนได้ยาวนาน จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกรักธรรมชาติ และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสร้างโอกาสให้ประชาชนเรียนรู้ในทุกมิติ
พร้อมกันนี้ ได้ขอบคุณคณะผู้บริหาร คณะกรรมการ คณะที่ปรึกษา ภาคีเครือข่าย และ ดร.จุมพล ทองตัน ที่ร่วมเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้จากการบรรยายในห้องเรียนสู่การสื่อสารผ่านบทเพลง ตลอดจนแสดงความยินดีกับผู้เข้าประกวดทุกทีมที่ถ่ายทอดผลงานด้วยความตั้งใจ โดยเชื่อมั่นว่าบทเพลง “น้ำกับป่า” จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างจิตสำนึกและกระตุ้นให้สังคมหันมาดูแลรักษาต้นน้ำและผืนป่าอย่างจริงจัง

ด้าน ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้จัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ “วิถีน้ำ วิถีป่า” ผ่านการประกวดคลิปวิดีโอขับขานบทเพลง “น้ำกับป่า” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้ แหล่งต้นน้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรมาอย่างยาวนาน พร้อมน้อมนำพระราชปณิธานมาสร้างการเรียนรู้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย
การประกวดแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทนักศึกษา สกร. ประเภทบุคลากรในสังกัด สกร. และประเภทประชาชนทั่วไป ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มีผลงานส่งเข้าประกวดมากกว่า 1,000 ผลงาน ผ่านกระบวนการคัดเลือกจาก 18 กลุ่มจังหวัด จนเหลือ 13 ผลงานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศ เกียรติบัตร และเงินรางวัล รวม 15 รางวัล พร้อมรางวัลพิเศษด้านการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตอีก 1 รางวัล สำหรับผลงานที่สะท้อนการเปิดโอกาสให้บุคคลทุกกลุ่มเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม
“กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการประกวดร้องเพลงหรือการแสดงความจงรักภักดีผ่านบทเพลง แต่เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกและจิตวิญญาณ ทั้งความสำนึกรักบ้านเกิด ความผูกพันต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และความรักในผืนแผ่นดินไทย ทุกผลงานแสดงถึงความทุ่มเท ความละเอียดอ่อน และทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาไปอีกขั้น” อธิบดี สกร. กล่าว
กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะนำผลงานที่มีคุณภาพไปต่อยอดเป็นสื่อการเรียนรู้ เพื่อขยายผลการสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรน้ำและป่าไม้ของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ และขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยยึดมั่นในรากเหง้าและวัฒนธรรมอันดีงาม เพื่อให้ “สกร. เข้าไปอยู่ในใจของทุกครัวเรือนอย่างแท้จริง” ตลอดจนเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นพลัง และเปลี่ยนพลังไปสู่การลงมือทำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย
ดร.จุมพล กล่าวว่า แม้เป็นเพียงบทเพลงหนึ่งบท แต่สามารถก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ ทั้งการสร้างความรู้สึกที่ดีงาม ปลุกจิตสำนึกรักและผูกพันต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนสร้างพลังในการพัฒนาประเทศ จากการรับชมผลงานทำให้เห็นถึงศักยภาพของบุคลากร นักศึกษา และประชาชน รวมทั้งความโดดเด่นทางศิลปวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค ซึ่งถ่ายทอดออกมาได้อย่างครบถ้วนทั้งด้านความหมายและอารมณ์
นอกจากนี้ พลังแห่งดนตรีและกระบวนการเรียนรู้ผ่านการผลิตสื่อวิดีโอยังช่วยพัฒนาความละเอียดอ่อนภายในจิตใจของเยาวชน เมื่อได้รับการปลูกฝังอย่างเหมาะสม ความละเอียดอ่อนจะนำไปสู่ความดีงาม ลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และช่วยสร้างสังคมที่มีคุณภาพ
ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้มอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วย
1. ประเภทนักศึกษาในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม “เด็กหลังเขา” จากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา
2. ประเภทบุคลากรในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม “MC LIBRARY STUDIO” จากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
3. ประเภทประชาชนทั่วไป
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมโรงเรียนลำปางวิทยา จังหวัดลำปาง
สำหรับรางวัลพิเศษด้านการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้แก่ ผลงานที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และ สกร.ระดับเขตพญาไท ซึ่งร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมและสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
ในช่วงท้ายของการปิดการประกวดคลิปวิดีโอขับขานบทเพลง “น้ำกับป่า” รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ “วิถีน้ำ วิถีป่า” อธิบดี สกร. คณะผู้บริหาร ผู้เข้าแข่งขัน ตลอดจนครูและบุคลากรทุกคนร่วมกันร้องเพลง “สกร.ทำด้วยใจ” ดังกระหึ่มห้องมหกรรม ท้องฟ้าจำลอง เพื่อหลอมรวมจิตใจของชาว สกร.ให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นบทเพลงที่สะท้อนถึงแนวคิดและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้



