แห่ค้าน หอพักอ่างแก้ว จี้มช.ทบทวน เพจดังเปิดราคาทุบทิ้งอาคารประวัติศาสตร์ 209,587 บาท
หอพักอ่างแก้ว – จากกรณี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กำลังจะทุบ “หอพักอ่างแก้ว” ซึ่งคือหนึ่งในสถาปัตยกรรมโมเดิร์น ผลงานการออกแบบของ อาจารย์อมร ศรีวงศ์ ไว้ในปี 2507 ต่อมามีกระแสเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทบทวนแผนรื้อถอนดังกล่าว
อ่านข่าว – อาจารย์ มช. เผย หอพักอ่างแก้ว ตัวแทนปวศ.สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ผลงานของ ‘อมร ศรีวงศ์’ กำลังจะถูกทุบ
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาคมสถาปนิกสยาม และประชาชน ต่างออกมาคันค้านเรื่องการทุบอาคารเป็นจำนวนมาก เช่น
ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า น่าสังเวชใจเป็นยิ่งนัก
หอพักอ่างแก้ว หนึ่งในอาคารที่เป็นแนวสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มีไม่มากนักในเมืองไทย แต่ถูกปล่อยและละเลยมาจนทรุดโทรมอย่างมาก
มหาวิทยาลัยในเมืองที่อยากเป็นมรดกโลก แต่ไม่รู้วิธีอนุรักษ์และปรับปรุงอาคารโบราณให้เป็นที่เชิดหน้าชูตา เอาแต่จะทุบทิ้ง
ราคาการทุบทิ้ง 209,587 บาท บรรดานักประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม ไม่มีความเห็นใด ๆ เลยหรือ

ด้าน ผศ.ดร.สันต์ สุวัจฉราภินันท์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญชวน ผู้ที่เห็นคุณค่าและประสงค์คัดค้านการทุบ/รื้อถอน หอพักอ่างแก้ว ซึ่งเป็นผลงานของอาจารย์อมร ศรีวงศ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พิจารณาแนวทางในการอนุรักษ์อาคาร ตลอดจนคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้ ร่วมกันลงชื่อคัดค้าน

ด้านสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี พ.ศ. 2569-2571 ออกหนังสือถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เรื่อง เรื่อง ขอแสดงจุดยืนคัดค้านการรื้อถอนอาคารหอพักอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ตามที่สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับทราบถึงกรณีการรื้อถอน หอพักอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม สร้างขึ้นในช่วงก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นผลงานของ อาจารย์อมร ศรีวงศ์ ซึ่งเป็นสถาปนิกผู้มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในประเทศไทยอย่างมาก
สมาคมสถาปนิกสยามฯ ในฐานะองค์กรวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม ขอแสดงความห่วงใยและ ไม่เห็นด้วยกับการรื้อถอนอาคารดังกล่าว โดยเห็นว่าหอพักอ่างแก้วมิได้เป็นเพียงอาคารเก่า หากแต่เป็น หลักฐานทางกายภาพที่สะท้อนจุดเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภูมิภาค และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยประเทศไทย คุณค่าของอาคารจึงไม่ได้อยู่เพียงที่ตัวอาคาร หากรวมถึงความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์กับผู้คนและสถาบันที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนาน
สมาคมฯ เห็นว่าการอนุรักษ์อาคารที่มีคุณค่ามิได้หมายถึงการหยุดการพัฒนา หากแต่เป็นการ รักษาคุณค่าของอดีตไว้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในอนาคต จึงขอให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พิจารณาทบทวนการรื้อถอน และพิจารณาทางเลือกด้านการอนุรักษ์หรือการปรับใช้ประโยชน์จากอาคารก่อนการตัดสินใจ
ทั้งนี้ สมาคมฯ ยินดีให้ความร่วมมือและทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ เพื่อร่วมศึกษา ประเมินคุณค่า และหารือแนวทางที่เหมาะสมในการอนุรักษ์หอพักอ่างแก้ว รวมถึงอาคารเก่าหรืออาคารที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้การพัฒนาและการอนุรักษ์สามารถดำเนินควบคู่กันได้อย่างเหมาะสม
สมาคมสถาปนิกสยามฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการรักษาคุณค่าของหอพักอ่างแก้ว ให้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และความทรงจำของมหาวิทยาลัยและสังคมไทยสืบไป
ขอแสดงความนับถือ

ล่าสุด สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย คุณสันธยา คชสารมณี ในฐานะตัวแทนสมาคมฯและประธานกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา ได้เดินทางเข้าพบ ผศ. ดร.ปิติพงษ์ ยอดมงคล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึกขอแสดงจุดยืนคัดค้านการรื้อถอนอาคารหอพักอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โดยเห็นว่าหอพักอ่างแก้วเป็นมรดกสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นอันทรงคุณค่าอาคารหนึ่งในหลายๆอาคารในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ได้รับการออกแบบอย่างดี โดยอาจารย์อมร ศรีวงศ์ ซึ่งเป็นสถาปนิกผู้มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในประเทศไทยจากการออกแบบผลงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเเละทรงคุณค่าทั้งด้านความงามเเละเทคนิคการก่อสร้างที่ยากที่จะทำซ้ำในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้สมาคมฯ ยินดีให้ความร่วมมือและทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการด้านการอนุรักษ์เเละการปรับประโยชน์ใช้สอย (Adaptive Reuse) เพื่อร่วมศึกษา ประเมินคุณค่า และหารือแนวทางที่เหมาะสมในการอนุรักษ์หอพักอ่างแก้ว รวมถึงอาคารเก่าหรืออาคารที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้การพัฒนาและการอนุรักษ์สามารถดำเนินไปควบคู่กันได้อย่างเหมาะสม




