‘ประเสริฐ’ สั่งเบรกโครงการซ้ำซ้อน องค์การค้าฯ สกสค. ยกเครื่องทรัพย์สิน–กิจการ ปรับโมเดลบริหาร
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) และการประชุมคณะกรรมการสกสค. เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า มีวาระสำคัญในการเร่งรัดติดตามและสะสางปัญหาการบริหารจัดการทรัพย์สิน สำหรับทรัพย์สินที่องค์การค้าถืออยู่ให้จัดทำรายงานสรุปแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เช่น ที่ประชุมได้มีการพิจารณารายงานสถานะการดำเนินงานของร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการรวมทั้งหมด 9 แห่ง จากการตรวจสอบผลประกอบการพบว่า มีร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์จำนวน 2 แห่งที่กำลังประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก โดยสาขาแรกมีตัวเลขขาดทุนมากกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่อีกสาขาหนึ่งขาดทุนประมาณ 7-8 แสนบาท ซึ่งปัจจัยหลักมาจากภาระค่าเช่าพื้นที่ซึ่งต้องจ่ายเป็นรายเดือนอย่างต่อเนื่อง แต่ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้พิจารณายกเลิกการดำเนินงานและปิดให้บริการในสาขาดังกล่าว เพื่อหยุดยั้งการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและลดผลกระทบต่อทางการเงินขององค์การค้าฯ
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้เร่งทบทวนและสำรวจการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ดินและอาคารสถานที่ต่างๆ ในครอบครองขององค์การค้าฯ ซึ่งในอดีตเคยจัดซื้อไว้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดสรรเป็นสวัสดิการให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่กลับถูกปล่อยทิ้งร้างไว้โดยไม่ได้นำมาพัฒนาตามวัตถุประสงค์เดิมมาเป็นระยะเวลานานหลายปี ข้อสั่งการสำคัญคือ ให้จัดทำรายงานสรุปแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทั้งหมด พร้อมประเมินศักยภาพใหม่ เช่น พื้นที่บริเวณปั๊มน้ำมันหรือพื้นที่ทำเลดีอื่นๆ โดยให้นำกลับมาวางแผนบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนกลับเข้าสู่องค์การค้าฯ รวมถึงที่ประชุมได้กำชับให้ฝ่ายกฎหมายและผู้ที่เกี่ยวข้องติดตามการดำเนินคดีละเมิดต่างๆ อย่างใกล้ชิดและรัดกุม โดยเน้นย้ำไม่ให้เกิดกรณีคดีหมดอายุความอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ
“ด้านผลประกอบการและแผนยุทธศาสตร์ปี 2570 ขององค์การค้าฯ ที่ประชุมได้ขอให้กลับไปทบทวนแผนใหม่ โดยอนุมัติเฉพาะแผนงานที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรและเงินเดือนที่จำเป็นต้องจ่ายเท่านั้น ส่วนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การปรับระบบฐานข้อมูลดิจิทัล (Digital Transformation) และการนำระบบ ERP มาใช้ ได้สั่งให้ชะลอไว้ก่อน เนื่องจาก สกสค. ได้มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับบริษัท ไอเน็ต (INET) ในการดูแลระบบดิจิทัลภาพรวมของศธ.อยู่แล้วโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ได้สั่งชะลอโครงการที่ไม่ใช่ภารกิจหลักขององค์การค้าฯ เช่น โครงการสอนภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ซึ่งมองว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานอื่นในศธ. เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น สำหรับเรื่องสำคัญที่ได้รับการเห็นชอบ คือ แผนการจัดส่งหนังสือเรียนในภาคการศึกษาหน้า โดยสั่งการให้จัดส่งหนังสือเรียนให้ถึงโรงเรียนทั่วประเทศก่อนวันที่ 30 เมษายน 2570 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเปิดเทอม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเด็กไม่มีหนังสือเรียนเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยกำหนดให้เรื่องนี้เป็นดรรชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ต้องบรรลุให้ได้” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการสรรหาเลขาธิการ สกสค.คนใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสรรหา คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนตุลาคม 2569 นี้ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้รักษาการและฝ่ายบริหารจัดเตรียมข้อมูลและเดินหน้าโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อครูทันทีโดยไม่ต้องรอเลขาธิการสกสค.คนใหม่ นอกจากนี้สำหรับโรงพยาบาลครูและหอพัก ที่ประชุมเห็นพ้องว่ายังมีความจำเป็น เนื่องจากต้องดูแลบุคลากรในสังกัดศธ. นับหมื่นคน และเป็นสวัสดิการที่พักสำหรับครูที่เดินทางมาติดต่อราชการ จึงมอบหมายให้ไปทำแผนปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อนำกลับมาเสนอต่อไป

