ศธ. เปิดโลกการศึกษามุสลิมไทย ชูภาษา–AI–เศรษฐกิจฮาลาล

24.08.26 | 08:41 น.

ศธ. เปิดโลกการศึกษามุสลิมไทย ชูภาษา–AI–เศรษฐกิจฮาลาล

นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับมอบหมายจากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการเครือข่ายการศึกษาอิสลามจังหวัดกระบี่ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เปิดโลกทัศน์การศึกษามุสลิมไทย” ที่ หอประชุมอัรเราะห์มาน โรงเรียนอาดามีศึกษาวิทยา จังหวัดกระบี่ ตามคำเชิญของฮัจยีอัสนาวี มุคุระ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ โดยมีผู้บริหารหน่วยงานทางการศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และประชาชนเข้าร่วม


นายตติยภัทร์ กล่าวว่า การศึกษามุสลิมไทยกำลังยืนอยู่บนโอกาสครั้งสำคัญ เพราะโลกยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงผู้ที่มีความรู้ แต่ต้องการคนที่มีคุณธรรม เข้าใจความแตกต่าง มีทักษะด้านภาษา เทคโนโลยี และสามารถทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมได้ เด็กและเยาวชนมุสลิมไทยมีต้นทุนที่ทรงคุณค่า ทั้งความรู้ทางศาสนา คุณธรรม วินัย อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และศักยภาพด้านภาษา หากได้รับการส่งเสริมด้านวิชาการ ภาษาอาหรับ ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และทักษะอาชีพอย่างเหมาะสม จะสามารถขยายโอกาสทางการศึกษาและการทำงานไปสู่ตลาดแรงงานในอาเซียน ตะวันออกกลาง และระดับโลกได้

“เราต้องไม่มองการศึกษาอิสลามว่าเป็นการเลือกระหว่างวิชาศาสนากับวิชาสามัญ แต่ต้องทำให้ทั้งสองส่วนเกื้อหนุนกัน เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศรัทธามั่นคง มีความรู้เท่าทันโลก และมีทักษะเพียงพอที่จะออกแบบอนาคตของตนเองได้” นายตติยภัทร์ กล่าว

Advertisement

นายตติยภัทร์ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจฮาลาลในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร แต่ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ เครื่องสำอาง แฟชั่น การเงิน โลจิสติกส์ และธุรกิจบริการ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก หากเยาวชนในพื้นที่ได้รับการพัฒนาทักษะภาษาอาหรับ ความรู้ด้านมาตรฐานฮาลาล การบริการ เทคโนโลยี และความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม ก็จะสามารถนำอัตลักษณ์และจุดแข็งของพื้นที่มาต่อยอดเป็นโอกาสทางอาชีพ สร้างรายได้ให้ตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างยั่งยืน

“นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. เน้นย้ำให้ศธ.ดูแลนักเรียนไทยทุกคน ทุกพื้นที่ และทุกระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียม ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาเอกชน และการศึกษาทางศาสนา โดยขับเคลื่อนนโยบายสำคัญทั้งการคืนเวลาให้ครู ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัย ส่งเสริมทักษะดิจิทัลและ AI รวมถึงสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและนำไปใช้สร้างอนาคตได้จริง ซึ่งการศึกษาที่ดีต้องทำให้เด็กภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง ขณะเดียวกันต้องมอบปีกให้เขาบินไปได้ไกลทั่วโลก เพราะเด็กทุกคนคืออนาคตของประเทศ และการศึกษาของเด็กทุกคนคือภารกิจของพวกเราทุกคน ตามแนวทาง All for Education” นายตติยภัทร์ กล่าว