ฟ้องแพ่ง ศิลปินแห่งชาติ-วธ. เรียก 10 ล้าน คดีขอคืนภาพวาดพระพุทธบาท ศาลนัดชี้ 29พย.
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ศาลแพ่ง น.ส.ชุติมา นวลพลับ มอบหมายให้นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่ง ฟ้องนายพิชัย นิรันต์ ศิลปินแห่งชาติ/ผู้สร้างสรรค์ผลงาน จำเลยที่ 1, สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) จำเลยที่ 2 และกระทรวงวัฒนธรรม จำเลยที่ 3 ในข้อหา “เรียกทรัพย์คืน” พร้อมเรียกร้องทุนทรัพย์รวม 10,000,000 บาท
สรุปสาระสำคัญของคำฟ้อง ดังนี้ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 โจทก์ได้ตกลงซื้อภาพวาดจิตรกรรมชื่อ “พระพุทธบาท” พ.ศ.2522 (Lord Buddha’s Footprint 1979) เทคนิคสีน้ำมันและทองคำแท้บนผ้าใบ ขนาด 125 x 157 ซม. จากนายพิชัย (จำเลยที่ 1) ในราคา 700,000 บาท โดยโอนกรรมสิทธิ์และชำระเงินครบถ้วนพร้อมมีหนังสือมอบกรรมสิทธิ์และหลักฐานลงลายมือชื่อไว้ชัดเจน
ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้อ้างขอยืมภาพดังกล่าวจากโจทก์ เพื่อนำไปจัดแสดงนิทรรศการ และในเดือนสิงหาคม 2556 ได้อ้างว่ารัฐบาลขอยืมนำภาพไปจัดทำเป็น “แสตมป์ที่ระลึก” ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือขอบคุณพร้อมติดแสตมป์ที่ระลึกเซ็นกำกับยืนยันว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จากนั้นโจทก์ได้ทวงถามคืนมาโดยตลอด แต่จำเลยที่ 1 บ่ายเบี่ยงอ้างว่าอยู่ระหว่างนำไปจัดแสดงและเก็บรายละเอียดงานสี
วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 โจทก์ตรวจพบว่า ภาพวาดดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (จำเลยที่ 2) ในฐานะ “ผลงานสะสมของกระทรวงวัฒนธรรม” จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 จำเลยที่ 1 ได้แอบนำภาพนี้ (ร่วมกับผลงานอื่นรวม 3 ชิ้น) ไปเสนอขายให้จำเลยที่ 2 และมีการจัดทำใบสั่งซื้อเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 ในราคารวม 800,000 บาท
โจทก์ชี้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการนำทรัพย์สินของผู้อื่นไปขายโดยไม่มีสิทธิ์ ตามหลักกฎหมาย “ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน” (Nemo dat quod non habet) ส่งผลให้จำเลยที่ 2 และ 3 แม้จะเป็นหน่วยงานราชการ ก็ไม่มีสิทธิถือครอบครองผลงานดังกล่าว อย่างไรก็ดี หากศาลวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 ซื้อไว้โดยสุจริตตาม ม.1332 โจทก์ก็ยินดีชดใช้ราคาซื้อคืนเฉพาะส่วนของภาพนี้ (คิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 266,666.67 บาท) เพื่อขอรับภาพคืน
คำขอท้ายฟ้องโดยสรุปคือ ให้จำเลยทั้งสามส่งมอบภาพวาด “พระพุทธบาท” พ.ศ.2522 คืนแก่โจทก์ในสภาพสมบูรณ์ ทั้งนี้ หากไม่สามารถคืนทรัพย์สินได้ ให้ร่วมกันชดใช้ราคาภาพเป็นเงิน 10,000,000 บาท พร้อมชำระดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะคืนหรือใช้ราคาเสร็จสิ้น รวมทั้งชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์
ศาลกำหนดนัดพร้อมและชี้สองสถานในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คดีนี้เป็นคนละคดีกับการพิสูจน์กรรมสิทธิ์หาเจ้าของภาพตัวจริง แต่เนื่องจากนายพิชัยยอมรับในชั้นศาลว่าลายมือชื่อในเอกสารซื้อขายเป็นลายมือตัวเอง พร้อมอ้างว่าไม่ได้อ่านเอกสาร



