ก.ค.ศ. เปิดช่อง ‘ศึกษานิเทศก์’ สอบบิ๊กร.ร. หลังพบอัตราว่างอื้อ-เหตุครูเมิน
นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามในหนังสือ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่าเป็นคุณสมบัติสำหรับตำแหน่ง เพื่อเปิดโอกาสให้ศึกษานิเทศก์ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ และดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี สามารถสมัครสอบคัดเลือกเป็นผู้บริหารสถานศึกษาได้ ทั้งนี้ เดิม ก.ค.ศ.กำหนดคุณสมบัติผู้สมัครสอบคัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และเปิดช่องว่า หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่า แต่ที่ผ่านมา ก.ค.ศ.ยังไม่ได้กำหนดว่าตำแหน่งใดสามารถเทียบเท่าและใช้เป็นคุณสมบัติสมัครสอบผู้อำนวยการสถานศึกษาได้
“ขณะนี้ ศธ.มีตำแหน่งศึกษานิเทศก์ในทุกสังกัดว่างอยู่กว่า 100 อัตรา เนื่องจากมีผู้สนใจสมัครสอบค่อนข้างน้อย จึงได้หารือในที่ประชุม ก.ค.ศ.เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา และมอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ทำการวิจัยเรื่องเส้นทางความก้าวหน้าของศึกษานิเทศก์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลและศึกษารายละเอียด” นายธนูกล่าว
นายธนู กล่าวต่อว่า การกำหนดให้ศึกษานิเทศก์ที่มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี สามารถสมัครสอบผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพ และเป็นแรงจูงใจให้ครูสนใจเข้าสู่สายงานศึกษานิเทศก์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเส้นทางการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษามีทั้งการเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และล่าสุดเพิ่มอีกหนึ่งเส้นทาง คือ การเป็นศึกษานิเทศก์ที่มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
“สำหรับผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ จะต้องมาจาก ครู แต่ปัจจุบันมีครูสนใจสมัครสอบเป็นศึกษานิเทศก์น้อย ส่วนหนึ่งเนื่องจาก หากมาสอบเป็นศึกษานิเทศก์ จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด อาทิ ครู ที่มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษสอบเข้ามาเป็นศึกษานิเทศก์ จะต้องเริ่มนับเส้นทางความก้าวหน้าใหม่ ทำให้ครูส่วนใหญ่ไม่อยากเปลี่ยนสายงาน ดังนั้น การเปิดเส้นทางให้ศึกษานิเทศก์สามารถสมัครสอบเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ครูเข้าสู่สายงานดังกล่าวมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างเส้นทางความก้าวหน้าให้ศึกษานิเทศก์มีทางเลือกในการเติบโต” นายธนู กล่าว
นายธนู กล่าวต่อว่า ศึกษานิเทศก์มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา เปรียบเสมือนมันสมองในการทำงานด้านการศึกษา ทั้งในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจและเส้นทางความก้าวหน้าให้ชัดเจน เพื่อดึงดูดบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งมากขึ้น

