ประเสริฐ ลงพื้นที่ อควาเรียมหอยสังข์ สงขลา ชงตั้งคกก.แก้ปัญหา คาดใช้เวลาศึกษา 90 วัน

31.08.26 | 21:00 น.

ประเสริฐ ลงพื้นที่อควาเรียม จ.สงขลา ชงครม.ตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหา คาดใช้เวลาศึกษา 90 วัน


เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจราชการ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล นโยบายการศึกษา และข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการศธ.ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ โดยในช่วงบ่าย รัฐมนตรีว่าการศธ. พร้อมคณะฯ ได้เดินทางไปที่ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อมอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของศธ. ทั้ง 5 ด้าน และขับเคลื่อนมาตราการความปลอดภัยของสถานศึกษา พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะกับผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา

หลังจากนั้นในช่วงเย็นได้ลงพื้นที่ ศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ ‘อควาเรียมหอยสังข์’ ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

Advertisement

นายประเสริฐ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพภายในอาคารและอุปกรณ์ต่างๆ พบว่า โครงการยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้เดิมมีแนวโน้มไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวติดตั้งมานานประมาณ 18 ปี และล้าสมัยมาก หากจะซ่อมแซมหรือปรับปรุงอุปกรณ์เดิมอาจไม่คุ้มค่าและไม่สามารถรองรับการใช้งานในปัจจุบันได้ แต่ในส่วนที่ยังมีความเป็นไปได้ในการนำกลับมาใช้ประโยชน์คือโครงสร้างอาคาร ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังสามารถนำมาพัฒนาและต่อยอดได้ โดยในการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ควรนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การหารือของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นตนมีแนวคิดเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาโครงการดังกล่าว โดยมีหน่วยงานและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมพิจารณา ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดสงขลา , องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) , สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา , สำนักงบประมาณ , กรมธนารักษ์ , กรมบัญชีกลาง รวมถึงภาคประชาชนและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางพัฒนาอควาเรียมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวสงขลา

“การจัดทำกรอบการศึกษาและแก้ไขปัญหาร่วมกันภายในประมาณ 90 วัน ก่อนนำข้อเสนอและแนวทางที่ได้กลับมาพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังไม่ได้ข้อยุติว่าโครงการจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานใด เนื่องจากยังมีรายละเอียดและองค์ประกอบอีกหลายด้านที่ต้องหารือร่วมกัน ส่วนประเด็นด้านคดีความนั้น ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายว่าใครผิดหรือถูกเป็นเรื่องของคดี ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขระเบียบหรือกฎหมาย หากมีความจำเป็นก็สามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ได้ โดยไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโครงการ เพราะโจทย์สำคัญคือ หากจะปรับปรุงให้พร้อมใช้งาน จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และเมื่อเปิดดำเนินการแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา ค่าจ้างบุคลากร และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีกหลายล้านบาทต่อเดือน

จึงต้องคิดให้รอบด้านว่าจะบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดความคุ้มค่าและยั่งยืน เรื่องงบประมาณเดิมไม่อยากพูดถึง เพราะเป็นประเด็นที่อยู่ในกระบวนการคดีแล้ว สิ่งที่ควรพูดถึงในเวลานี้คือ จากนี้ไปเราจะทำอย่างไรให้โครงการสามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้ และทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและการอาชีวศึกษาอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ กล่าว