ลุ้นสภาฯไฟเขียว พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู ฉบับใหม่ คืนสัดส่วนผู้แทน-ร่วมบอร์ดก.ค.ศ. แก้ปมล้มละลาย
นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณา ร่างพ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. วุฒิสภา มีเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของกมธ.วิสามัญฯ ว่า สาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ขั้นตอนต่อจากนี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะถูกส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งหากไม่มีข้อขัดแย้งในรายละเอียดการปรับปรุงจะดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่หากยังมีความเห็นต่างอาจมีการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาหาข้อยุติอีกครั้ง
นายธนู กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เท่าที่ดูไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องปรับแก้เพิ่มเติม เพราะรายละเอียดต่างๆ ผ่านการพิจารณาของสภาฯ โดยหลักการใหญ่ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่มีการปรับลด องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ส่วนการปรับแก้มาตราที่เกี่ยวข้องกับการสั่งให้ออกจากราชการกรณีขาดคุณสมบัติ โดยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (ร่างมาตรา 9 และร่างมาตรา 10) กำหนดให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการ เมื่อขาดคุณสมบัติด้วยเหตุตกเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย โดยในร่างกฎหมายฉบับใหม่ จะปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นผู้ที่เป็นบุคคลล้มละลาย จะยังไม่สามารถเข้ารับราชการได้ ขณะที่ข้าราชการซึ่งรับราชการอยู่แล้ว หากถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จะไม่ต้องพ้นจากราชการ นั้น เป็นหลักการใหญ่ที่เห็นพ้องกันอยู่แล้ว
“ตามหลักการที่ส.ส.เสนอ ให้มีการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ 21 มีนาคม 2560 เพื่อนำเรื่องการบริหารงานบุคคลทางการศึกษากลับคืนสู่ครูและผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง โดยให้เพิ่มองค์ประกอบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัดในคณะกรรมการก.ค.ศ. จะทำให้การบริหารงานบุคคลเกิดการมีส่วนร่วม ตามที่มีข้อเรียกร้อง” นายธนู กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นการคืนองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก.ค.ศ. ให้กลับไปเป็นตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการการศึกษา พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม และมีสาระสำคัญอื่นอีกเช่น การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง (ร่างมาตรา 6/2) กำหนดให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ หรืออาจมอบหมายให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ รวมทั้งให้ ก.ค.ศ. กำหนดหลักสูตร วิธีการสอบ เกณฑ์การขึ้นบัญชี การนำรายชื่อไปขึ้นบัญชีอื่น และการยกเลิกบัญชี ตลอดทั้งการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานอกสถานศึกษารักษาการในตำแหน่ง ผู้บริหารสถานศึกษาที่ว่างลงได้ นอกจากนี้ยังมีสำคัญคือ การครูที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายโดยมิได้ทำการทุจริต ไม่ให้สั่งให้ข้าราชการรายนั้นออกจากราชการก่อน เว้นแต่กรณีทุจริต

