‘ประเสริฐ’ ลุยแก้ ‘หนี้ครู’ ลดดอกเบี้ย-ตัดภาระผู้ค้ำ ช่วยครูมีเงินเหลือพอดำรงชีพ

7.09.26 | 13:17 น.

‘ประเสริฐ’ ลุยแก้ ‘หนี้ครู’ ลดดอกเบี้ย-ตัดภาระผู้ค้ำ ช่วยครูมีเงินเหลือพอดำรงชีพ

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายประเสริฐ จันทรรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยถึง การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่า ที่ผ่านมาได้มีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ที่ธนาคารออมสิน ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้มีการลงนามMOU ลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 3.5 ต่อปี ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 80,000 ราย และอยู่ระหว่างการขยายผลไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมัธยมศึกษานครพนม ที่ขานรับนโยบายปรับลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 3.5 เช่นเดียวกัน


นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนแนวคิดการจัดตั้ง ‘สหกรณ์กลาง’ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในทางกฎหมายสามารถดำเนินการได้ แต่ยังต้องพิจารณาเงื่อนไขโดยเฉพาะแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำที่จะนำมาขับเคลื่อน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการหารูปแบบที่เหมาะสมที่สุด ทางศธ.กำลังพิจารณาแก้ไขปัญหาโครงสร้างการหักชำระหนี้ โดยเฉพาะกรณีการกำหนดให้มีเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 เนื่องจากปัจจุบันครูหลายรายประสบปัญหาเงินเดือนไม่พอต่อการดำรงชีพหลังถูกหักชำระหนี้สหกรณ์และสถาบันการเงิน ซึ่งศธ.ยืนยันว่าจะเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเพื่อลดภาระทางการเงิน ให้ครูสามารถมุ่งมั่นกับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่

“ส่วนกรณีปัญหาหนี้สินครู โดยเฉพาะกรณีผู้กู้ลาออกหรือหลบหนีจนส่งผลกระทบต่อผู้ค้ำประกัน นั้น ทางศธ. มีแนวคิดที่จะตัดภาระของผู้ค้ำประกันออก เนื่องจากระบบเดิมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในลักษณะโดมิโน คนๆ เดียวค้ำประกันให้หลายคน เมื่อเกิดการเบี้ยวหนี้ จึงทำให้ล้มละลายกันทั้งกระดาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาวิธีการและข้อกฎหมายที่เหมาะสมในการปลดภาระดังกล่าว นอกจากนี้ การแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเดิมกำหนดให้ครูที่ถูกตัดสินล้มละลายต้องออกจากราชการ โดยได้มีการแก้ไขประเด็นนี้แล้ว แต่ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ในทันที” นายประเสริฐ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการหักเงินเดือนชำระหนี้ให้เหลือเงินดำรงชีพไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมายังคงพบปัญหาครูถูกหักเงินจนเหลือไม่พอใช้นั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า เจตนารมณ์คือต้องให้ครูมีเงินดำรงชีพเพียงพอ หากเงินเดือน 30,000 บาท หักแล้วเหลือ 9,000 บาท (30%) ก็ยังพออยู่ได้ แต่ที่ผ่านมาบางรายเหลือไม่ถึง 1,000 บาท ซึ่งไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จริง จึงต้องมีการปรับเกณฑ์และขยับโครงสร้างการชำระหนี้ ซึ่งเมื่อมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้ว ภาระการผ่อนชำระต่อเดือนก็จะต้องลดลงตามไปด้วย เพื่อให้มีส่วนต่างเหลือถึงมือครูมากขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าศธ. ให้ความสำคัญและไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลที่แม่นยำเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนต่อไป

Advertisement