ศธ. แจ้งด่วนทุกสังกัด สกัด ‘พฤติกรรมเลียนแบบ’ ในสถานศึกษา เฝ้าระวังตลอด 24 ชม. ใช้กฎหมายจริงจัง
เมื่อวันที่ 7 กันยายน กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีหนังสือ ‘ด่วนที่สุด’ แจ้งไปยังทุกสังกัดที่มีสถานศึกษาในกำกับ ให้เร่งดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในสถานศึกษา หลังพบการส่งต่อเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์รุนแรง ภาพอาวุธปืน ข้อความข่มขู่ หรือข้อความที่สร้างความหวาดกลัว ผ่านแอพพลิเคชั่น LINE และช่องทางออนไลน์ในกลุ่มนักเรียนหลายพื้นที่ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนก กระทบต่อสภาพจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และมีความเสี่ยงพัฒนาไปสู่การก่อเหตุจริง
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามกำหนดมาตรการดังกล่าว พร้อมแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ถ่ายทอดแนวปฏิบัติไปยังสถานศึกษาทุกแห่งโดยเร่งด่วน มาตรการสำคัญประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1.ยกระดับการเฝ้าระวังในสถานศึกษา ให้ครูประจำชั้น ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว ครูฝ่ายปกครอง และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ติดตามพฤติกรรมและสัญญาณบ่งชี้ความเสี่ยง รวมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์และกลุ่มสนทนาที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดยดำเนินการอย่างเหมาะสม เคารพสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นส่วนตัวของนักเรียน 2.จัดระบบแจ้งเหตุและรายงานเหตุเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง กำหนดขั้นตอนตั้งแต่การรับแจ้ง คัดกรอง ประเมินระดับความเสี่ยง และส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง พร้อมพิจารณาใช้ระบบที่มีอยู่ เช่น Traffy EDU เพื่อให้การรับแจ้งและติดตามเหตุเป็นมาตรฐานเดียวกัน
นายอัครนันท์กล่าวต่อว่า 3.สร้างความเข้าใจถึงผลทางกฎหมาย ให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาตระหนักว่า การเผยแพร่ ส่งต่อ หรือส่งข้อความ ภาพ หรือข้อมูลที่มีลักษณะข่มขู่ คุกคาม หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืนและความรุนแรง อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำเข้าข่ายความผิด ให้ประสานตำรวจหรือหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการโดยเร็ว 4.ป้องกันการลอกเลียนแบบและการผลิตซ้ำของความรุนแรง กำหนดแนวทางสื่อสารเหตุการณ์อย่างรับผิดชอบ หลีกเลี่ยงการนำเสนอรายละเอียดที่อาจเอื้อต่อการเลียนแบบ เช่น วิธีการก่อเหตุ ขั้นตอนการเตรียมการ หรือข้อมูลที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุซ้ำ รวมถึงไม่นำเสนอในลักษณะที่ทำให้ผู้ก่อเหตุได้รับความสนใจเกินสมควร พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันลดการแพร่กระจายเนื้อหาที่เป็นอันตราย และ 5.คุ้มครอง ดูแล และช่วยเหลือนักเรียนอย่างเหมาะสม ให้สถานศึกษาคัดกรองและดูแลนักเรียนที่มีพฤติกรรมส่งต่อข้อความ ภาพ หรือเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงและการข่มขู่เป็นรายบุคคล ประสานผู้ปกครอง นักจิตวิทยา ครูแนะแนว หรือบุคลากรด้านสุขภาพจิต พร้อมติดตามพฤติกรรมการล้อเลียน ดูหมิ่น เหยียดหยาม ข่มขู่ คุกคาม และกลั่นแกล้งผ่านสื่อออนไลน์อย่างใกล้ชิด
“ศธ.เน้นย้ำว่า พฤติกรรมที่เริ่มต้นจากการล้อเล่น การส่งต่อข้อความ หรือการเลียนแบบบนโลกออนไลน์ อาจสร้างความหวาดกลัว กระทบสิทธิและความปลอดภัยของผู้อื่น รวมทั้งนำไปสู่ผลทางกฎหมายและเหตุรุนแรงในชีวิตจริงได้ ทุกสังกัดจึงต้องดำเนินการทั้งด้านการป้องกัน การเฝ้าระวัง การช่วยเหลือ และการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กันอย่างเป็นระบบ ซึ่งความรุนแรงไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติหรือถูกผลิตซ้ำด้วยการเลียนแบบ ทุกสัญญาณเตือนต้องได้รับการตรวจสอบ ทุกเหตุแจ้งต้องได้รับการตอบสนอง และนักเรียนทุกคนที่กำลังเผชิญปัญหาต้องเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง” นายอัครนันท์กล่าว

