วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ปิดฉากฤดูกาลที่ 21 อย่างยิ่งใหญ่ด้วยมหากาพย์ประสานเสียง “Carmina Burana” ก่อนออกเดินทางสู่กรุงปักกิ่ง ร่วมมหกรรมดนตรีกำแพงเมืองจีน เฉลิมฉลอง 51 ปี มิตรภาพไทย–จีน
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra: TPO) วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปิดฉากฤดูกาลการแสดงที่ 21 “Bright Horizons” อย่างสมภาคภูมิ ด้วยการแสดงบทเพลงมหากาพย์ประสานเสียง “Carmina Burana” ผลงานชิ้นเอกของ Carl Orff ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน เวลา 15.00 น. ที่ หอแสดงดนตรีมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล อำนวยเพลงโดย Maestro Carl St.Clair ผู้อำนวยการดนตรี และในอีกไม่กี่วันถัดมา วงจะออกเดินทางสู่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะตัวแทนประเทศไทย เพื่อร่วมแสดงในงาน Beijing International Great Wall Concert 2026 ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน 2569
การแสดงส่งท้ายฤดูกาลในครั้งนี้ ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของ “Carmina Burana” หนึ่งในมหากาพย์ประสานเสียงที่ทรงพลังที่สุดของโลก ด้วยวงออร์เคสตราเต็มวง พร้อมกับคณะประสานเสียง ร่วมบรรเลงบนเวทีกว่า 400 ชีวิต ประกอบด้วย Philharmonic Chorus of Tokyo (อำนวยเพลงประสานเสียงโดย Keiko Mitsuhashi), คณะประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล (Choirs of Mahidol University) และคณะประสานเสียงเยาวชน Bangkok Christian College Boys’ Choir นับเป็นบทสรุปอันงดงามที่สะท้อนพลังของดนตรีในการหลอมรวมผู้คนจากหลากหลายสถาบันและหลากหลายชาติเข้าไว้ด้วยกัน

ตลอดฤดูกาลที่ 21 ที่ผ่านมา วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยได้ทำหน้าที่ทั้งบนเวทีระดับชาติและนานาชาติอย่างสมบูรณ์ อาทิ การได้รับพระมหากรุณาธิคุณในการร่วมบรรเลงในการแสดงคอนเสิร์ตเพลงรักชาติ (National Unity Concert) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธาน การร่วมบรรเลงในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ตลอดจนการทำหน้าที่ทูตทางวัฒนธรรมในโอกาสเฉลิมฉลองวันชาติของมิตรประเทศ ทั้งคอนเสิร์ต American Spectacular ในวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา และการเฉลิมฉลองวันชาติอิตาลี นอกจากนี้ วงยังได้สานต่อพันธกิจเพื่อเยาวชนผ่านโครงการ TPO – Call for Schools ที่นำเยาวชนกว่า 2,800 คนจากโรงเรียนทั่วประเทศ เข้าสู่ประสบการณ์การชมวงออร์เคสตรามืออาชีพในหอแสดงดนตรีระดับสากล
และทันทีหลังปิดฤดูกาล วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ร่วมกับสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ จะออกเดินทางสู่กรุงปักกิ่ง โดยได้รับเกียรติจาก China International Cultural Communication Center (CICCC) ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยขึ้นแสดงในงาน Beijing International Great Wall Concert 2026 ณ Wangjing Culture Plaza เขตเหยียนชิ่ง กรุงปักกิ่ง จำนวน 2 รอบการแสดง ในวันที่ 11 และ 12 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. เนื่องในโอกาสครบรอบ 51 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน อันเป็นการกระชับมิตรภาพระหว่างสองชาติผ่านภาษาสากลอันไร้พรมแดนอย่างเสียงดนตรี
การแสดง ณ กรุงปักกิ่งจะประกอบด้วยบทเพลงจากหลากวัฒนธรรม เปิดด้วยบทเพลงไทยที่เรียบเรียงเป็นแบบฉบับออร์เคสตราโดย พลตรี ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ ต่อด้วยบทเพลงจีนและสากลที่ขับร้องโดยศิลปินรับเชิญจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และปิดท้ายด้วยผลงานคลาสสิกตะวันตกชิ้นเอกของ Shostakovich, Tchaikovsky, Bizet และ Mussorgsky อำนวยเพลงโดย พลตรี ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ และ ดร.ภมรพรรณ โกมลภมร พร้อมด้วยการแสดงเดี่ยวระนาดเอกโดย อาจารย์พารณ ยืนยง ผู้ถ่ายทอดเอกลักษณ์เครื่องดนตรีไทยเคียงคู่วงออร์เคสตราเต็มวง
“การปิดฤดูกาลที่ 21 ด้วยบทเพลงอย่าง Carmina Burana และการได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแสดง ณ กำแพงเมืองจีนในสัปดาห์ถัดมา สะท้อนบทบาทของวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยในฐานะสถาบันทางวัฒนธรรมของชาติ และในฐานะทูตทางวัฒนธรรมที่นำศิลปะดนตรีไทยไปเผยแพร่บนเวทีโลก” ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ ผู้อำนวยการบริหารวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย และคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว
“ตลอดเส้นทางการเติบโตของวง เรามุ่งมั่นพัฒนาวงให้เป็นสถาบันทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาติ การได้รับเชิญขึ้นแสดงบนเวทีระดับนานาชาติเช่นนี้ ไม่เพียงเป็นเกียรติแก่คณะนักดนตรีไทย แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการนำศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก และสืบสานบทบาทของดนตรีในฐานะทูตวัฒนธรรมของประเทศ” คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย กล่าว

โปรแกรมการแสดง ณ กรุงปักกิ่ง
รอบที่ 1 — 11 กันยายน 2569
- Prateep SUPHANROJN — โหมโรงขวัญเมือง
- Prateep SUPHANROJN — จีนขิมใหญ่ · ระนาดเดี่ยว: พารณ ยืนยง
- Rolf LØVLAND & Brendan GRAHAM — You Raise Me Up · โซปราโน: Sisi Chang
- Hu TINGJIANG & Wang LEI — Spring’s Ballet · โซปราโน: Sisi Chang
- Lei ZHENBANG — “The River in Front of Liu Sanjie’s Door” from Liu Sanjie · ขับร้อง: Huaxiang Zhao & Hua Huang
- Dmitri SHOSTAKOVICH — Festive Overture, Op. 96
- Pyotr Ilyich TCHAIKOVSKY — Suite from Swan Lake: Scène, Valse
- Georges BIZET — Suite from Carmen: Prélude & Aragonaise, Habanera, Séguedille, Les toréadors
- Modest MUSSORGSKY (arr. RAVEL) — Pictures at an Exhibition: Baba Yaga, The Great Gate of Kiev
- Lei ZHENBANG — “Thank You” from Liu Sanjie · ขับร้อง: Huaxiang Zhao & Hua Huang
- อังกอร์: Zheng QIUFENG & Qu CONG — I Love You, China (G major) · โซปราโน: Sisi Chang
รอบที่ 2 — 12 กันยายน 2569
- Prateep SUPHANROJN — ศรีอยุธยา
- Prateep SUPHANROJN — ม้าย่องเถา · ระนาดเดี่ยว: พารณ ยืนยง
- Luigi DENZA — Funiculì, Funiculà · เทเนอร์: Yingxi Zhang
- Lei ZHENBANG — “The River in Front of Liu Sanjie’s Door” from Liu Sanjie · ขับร้อง: Huaxiang Zhao & Hua Huang
- Dmitri SHOSTAKOVICH — Festive Overture, Op. 96
- Pyotr Ilyich TCHAIKOVSKY — Suite from Swan Lake: Scène, Valse
- Georges BIZET — Suite from Carmen: Prélude & Aragonaise, Habanera, Séguedille, Les toréadors
- Modest MUSSORGSKY (arr. RAVEL) — Pictures at an Exhibition: Baba Yaga, The Great Gate of Kiev
- Lei ZHENBANG — “Thank You” from Liu Sanjie · ขับร้อง: Huaxiang Zhao & Hua Huang
- อังกอร์: Zheng QIUFENG & Qu CONG — I Love You, China · เทเนอร์: Yingxi Zhang
เกี่ยวกับวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย
วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra: TPO) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2548 ภายใต้วิสัยทัศน์ของ รองศาสตราจารย์ ดร. สุกรี เจริญสุข โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ สะท้อนอัตลักษณ์ทางศิลปะของประเทศไทย และเปิดพื้นที่ให้ดนตรีไทยก้าวสู่บริบททางศิลปะในระดับนานาชาติ นับตั้งแต่ก่อตั้ง วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยได้พัฒนาเป็นวงดุริยางค์ซิมโฟนีอาชีพแบบเต็มเวลา และเป็นหนึ่งในสถาบันดนตรีที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการดนตรีคลาสสิกของประเทศไทย
ในช่วง 12 ฤดูกาลแรก วงได้รับการวางรากฐานทางศิลปะภายใต้การนำของวาทยกรหลักผู้ก่อตั้ง Gudni A. Emilsson ต่อมา Maestro Alfonso Scarano เข้ารับตำแหน่ง Chief Conductor และสานต่อรากฐานทางศิลปะของวง พร้อมทั้งขยายบทบาทของวงในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะการเดินทางไปแสดงในทวีปยุโรปในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของวง
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน วงได้ร่วมงานกับวาทยกรชั้นนำจากทั่วโลก อาทิ Kahchun Wong, Ligia Amadio, Claude Villaret, Jeffery Meyer, Johannes Klumpp, Delta David Gier และ Terje Mikkelsen ตลอดจนนักดนตรีและศิลปินเดี่ยวระดับนานาชาติ อาทิ Mischa Maisky, Ray Chen, Sumi Jo, Kristóf Baráti, Alexander Kobrin, Sergei Nakariakov และ Joseph Alessi
วงมีสถานที่แสดงประจำอยู่ ณ หอแสดงดนตรีมหิดลสิทธาคาร (Prince Mahidol Hall) มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ซึ่งเป็นหอแสดงดนตรีมาตรฐานระดับนานาชาติที่รองรับผู้ชมได้มากกว่า 2,016 ที่นั่ง โดยในแต่ละฤดูกาล วงนำเสนอการแสดงคอนเสิร์ตหลักมากกว่า 30 รายการ ครอบคลุมบทเพลงคลาสสิก ผลงานร่วมสมัยและผลงานสร้างสรรค์ใหม่ ตลอดจนบทเพลงจากภาพยนตร์ เกม และดนตรีแจ๊ส พร้อมทั้งผลงานที่สะท้อนมรดกทางดนตรีและวัฒนธรรมของประเทศไทย
ปัจจุบัน ภายใต้การนำของ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ กรรมการที่ปรึกษาวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย และวิสัยทัศน์ของ ดร. ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ ผู้อำนวยการบริหารวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยและคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล วงมุ่งพัฒนาองค์กรให้เป็นทั้งสถาบันทางวัฒนธรรมที่สำคัญและพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ทางศิลปะที่มีพลวัต ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความเป็นเลิศทางศิลปะและบทบาทสำคัญที่มีต่อสังคมไทย อีกทั้งส่งเสริมกิจกรรมด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมกับชุมชน อาทิ โครงการ Call for Schools ที่นำเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าสู่ประสบการณ์การชมวงออร์เคสตรามืออาชีพในหอแสดงดนตรีระดับสากล




