‘ประเสริฐ’ ชี้ลดคนรัฐต้องดูภารกิจ ยันไม่ควรเหมารวม

9.09.26 | 13:48 น.

‘ประเสริฐ’ ชี้ลดคนรัฐต้องดูภารกิจ ยันไม่ควรเหมารวม

เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า กรณีที่ภาครัฐมีแนวคิดปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการนั้น หลักการสำคัญของการทบทวนกำลังคนภาครัฐ คือ ลดอัตรากำลังในส่วนที่ไม่มีความจำเป็นหรือไม่มีภารกิจรองรับ ไม่ใช่การลดตำแหน่งแบบเหมารวมทั้งระบบ ดังนั้น ถ้าตำแหน่งใดมีภารกิจและความจำเป็นต่อการบริหารราชการ ก็ยังมีเหตุผลรองรับให้คงไว้ แต่หากตำแหน่งใดไม่มีงานหรือภารกิจที่ชัดเจน ก็สามารถนำมาพิจารณาปรับลดได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับศธ. มีโครงสร้างการบริหารการศึกษาในพื้นที่จำนวนมาก ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีหน้าที่รับผิดชอบสถานศึกษาในเขตพื้นที่ของตน ขณะที่ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) มีบทบาทต่างออกไปคือ มองภาพรวมการศึกษาทั้งจังหวัด และเชื่อมโยงหน่วยงานการศึกษาหลายสังกัดให้เข้ากับยุทธศาสตร์ของจังหวัดนั้น ๆ


นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่างจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหลายเขต แต่เมื่อเข้าสู่การกำหนดทิศทางการศึกษาระดับจังหวัด จำเป็นต้องมีหน่วยงานที่รวบรวมข้อมูลและเชื่อมโยงภาพรวมของทุกพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกับจังหวัด รวมถึงประสานการทำงานระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) อาชีวศึกษา การศึกษาเอกชน ตลอดจนสถานศึกษาและหน่วยงานที่อยู่ในสังกัดกระทรวงอื่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะที่ศธภ. มีบทบาทในระดับที่กว้างขึ้น โดยเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ระหว่างจังหวัดและกำหนดทิศทางการศึกษาตามบริบทของแต่ละภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม อุตสาหกรรม ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนากำลังคน ก่อนเชื่อมโยงข้อมูลจากระดับพื้นที่สู่การกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ดังนั้นจึงไม่ควรมุ่งประเด็นการลดอัตรากำลังไปที่ศธภ. หรือศธจ. เพียงส่วนเดียว เพราะโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญคือ จำนวนเด็กเกิดใหม่และประชากรวัยเรียนลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างกำลังคนด้านการศึกษาหลายส่วน ทั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

“การทบทวนอัตรากำลังจำเป็นต้องวิเคราะห์ทั้งระบบว่า ตำแหน่งใดมีภารกิจจริง ตำแหน่งใดยังจำเป็นต่อคุณภาพการศึกษา และส่วนใดควรปรับให้สอดคล้องกับจำนวนผู้เรียนและบริบทประเทศที่เปลี่ยนไป ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนตำแหน่งเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการลดคน ต้องลดบนฐานของภารกิจ ไม่ใช่ลดเพราะชื่อตำแหน่งหรือสังกัด หากหน่วยงานหรือตำแหน่งใดมีอำนาจหน้าที่ มีงาน และมีความจำเป็นต่อระบบการศึกษา ก็ต้องมีเหตุผลรองรับในการคงไว้ แต่หากไม่มีภารกิจรองรับ ก็ต้องนำมาทบทวนให้เหมาะสมกับโครงสร้างภาครัฐในอนาคต” รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว