‘วีระ’ บุก ศธ. ยื่นสอบงบจัดซื้อ สพฐ.-สอศ. ชี้พบพิรุธหลายโครงการ จี้ตอบภายใน 15 วัน
เมื่อวันที่ 10 กันยายน เวลา 10.30 น. ที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายวีระ สมความคิด หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน พร้อมด้วย นายอาจหาญ คุณสุนทรกิจ เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) หลังได้รับข้อมูลร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการที่อาจมีความไม่โปร่งใสหรืออาจเข้าข่ายการทุจริต ตั้งแต่ปี 2566-2567 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยมี นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้รับเรื่อง
นายวีระ กล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานและการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในสังกัดศธ. โดยเฉพาะในส่วนของ สพฐ. และอาชีวศึกษา จึงนำข้อมูลที่ตรวจสอบและรวบรวมมาในระยะหนึ่งยื่นให้ศธ.ตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายวีระ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ร้องเรียนมีหลายโครงการและดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดซื้ออุปกรณ์และระบบต่างๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงโครงการเกี่ยวกับระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งเครือข่ายฯ ตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบการจัดสรรงบประมาณและการจัดซื้ออุปกรณ์บางรายการ
“นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการกำหนดวงเงินและวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะกรณีที่มีการระบุวงเงินของโครงการให้ไม่เกินจำนวนหนึ่ง เพื่อให้สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบราชการหรือไม่” นายวีระ กล่าว
นายวีระ กล่าวต่อว่า การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ต้องการให้ศธ.รับฟังข้อมูลทั้งสองฝ่าย โดยเครือข่ายฯ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริง หากมีเหตุผลหรือหลักฐานที่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาได้ ก็ควรชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อให้มีหลักฐานปรากฏชัดเจนและสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งเราตรวจสอบเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ต้องให้โอกาสผู้ถูกร้องได้ชี้แจงด้วย หากมีเหตุผลที่สามารถหักล้างได้ ก็ขอให้ชี้แจงกลับมาเป็นหนังสือและมีหลักฐานอย่างชัดเจน ซึ่งต้องการให้ศธ.ตรวจสอบอย่างจริงจังและมีคำตอบที่ชัดเจน โดยต้องมีหนังสือตอบกลับภายใน 15 วัน เพื่อให้สังคมสามารถติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าวได้
ด้าน นายตติยภัทร์ กล่าวว่า ในฐานะโฆษกศธ.จะรับเรื่องดังกล่าวไว้ และนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยอมรับว่าบางประเด็นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ศธ.จะตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาว่า ภายใต้วาระการบริหารงานในปัจจุบันจะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาและสร้างความมั่นใจให้กับสังคมได้อย่างไร ทั้งนี้ ศธ.จะตรวจสอบรายละเอียดของข้อร้องเรียน เอกสารประกอบ และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยทุกฝ่ายควรได้รับความเป็นธรรมและมีโอกาสชี้แจงข้อมูลอย่างครบถ้วน

