เนติวิทย์ มองไล่ที่อุเทนฯแก้ไม่ตรงจุด แนะจุฬาฯควรช่วยพัฒนา มากกว่าวางตัวเป็นเจ้าของที่ดิน

10.09.26 | 16:41 น.

เนติวิทย์ มองไล่ที่อุเทนฯ แก้ไม่ตรงจุด แนะยกเป็นวาระแห่งชาติ จุฬาฯ ควรใช้ศักยภาพมหา’ลัยอันดับ 1 เข้ามาร่วมมือพัฒนา-มากกว่าวางตัวเป็นเจ้าของที่ดิน

 


จากกรณี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย (อว.) เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่การจัดการศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และปัญหาการ ทะเลาะวิวาทกับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยได้ ออก 4 มาตรการ แก้ปัญหาศึกสองสถาบันนั้น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว

ขออนุญาตเห็นต่างด้วยความเคารพ

Advertisement

ผมยังเชื่อว่า การแก้ปัญหาอุเทนถวายฯ ควรจะต้องคุยกันอีกหลายรอบ มากกว่าการไล่ที่ เรื่องนี้ควรเป็นวาระแห่งชาติ อภิปรายกันกว้างขวางในวงวิชาการ จุฬาฯ ไม่ควรทำตัวเป็นเจ้าที่ดินต่อเรื่องนี้ แต่มีพรหมวิหารธรรมให้บุคลากรในคณะต่างๆ โดยเฉพาะสายการศึกษา พูดคุยและหาทางพัฒนาหลักสูตรจุฬาฯ-อุเทน ไปร่วมกัน

ฐานะทางชนชั้นของนักศึกษาอุเทนต่างกับจุฬาฯมาก และการก่อเรื่องใช้ความรุนแรงหลายๆครั้งก็มีเหตุจากรุ่นพี่ หรือสภาพแวดล้อมที่เด็กโตมา มากกว่าโทษแต่สถาบันการศึกษา

ผมเองเมื่อได้รับเลือกเป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯ ก็มีนักศึกษาจากอุเทนเข้ามาหาเรื่อง แต่เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าสถาบันการศึกษาเขาทำผิด ต้องเหมารวมทั้งสถาบัน เด็กตีกันมีให้เห็นมาก โรงเรียนหลายๆที่ก็มี แค่ไม่ปรากฏในที่กลางเมืองบ่อยๆ เท่านั้นเอง แต่มันซ่อนเร้นอยู่ทุกที่ในสังคม ยิ่งเราเห็นปัญหาการตีกันแบบนี้แบบแจ้งๆ ก็ควรเป็นโอกาสให้พิจารณาอย่างลึกซึ้ง การไล่ไปอีกที่ ก็แค่ย้ายจุดมีปัญหาเท่านั้นเอง

ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างรอบคอบรอบด้านจึงจำเป็น

จุฬาฯไม่ควรเล่นบทเจ้าที่ดินในกรณีนี้เลย ที่ดินมีมากเกินพอแล้ว

โจทย์ที่ยากกว่า แต่ก็มีประโยชน์และคู่ควรกับสถาบันการศึกษาที่อ้างว่าอันดับ1 ของประเทศคือ จะทำยังไงให้อุเทนอยู่ต่ออย่างสง่างาม ทันสมัยขึ้น เด็กๆ มีความสุขกับการอยู่ในพื้นที่ มีความรู้สึกว่าเขาได้รับการดูแลอย่างดีไม่ต่างกับเด็กจุฬาฯคนอื่นๆ

ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้เกินสติปัญญาของผู้ใหญ่ในมหาวิทยาลัยและในสังคมไทย