นิทานสุภาษิตจีน (387)
成语故事(三八七)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 毒蝎去尾/毒蠍去尾 dú xiē qù wěi (ตู๋ เซีย ชวี่ เหว่ย) โดยคำว่า
毒 dú (ตู๋) แปลว่า พิษ พิษร้าย
蝎/蠍 xiē (เซีย) แปลว่า แมงป่อง
去 qù (ชวี่) แปลว่า กำจัด เอาทิ้ง (ในบริบทนี้)
尾 wěi (เหว่ย) แปลว่า หาง
เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง กำจัดหางแมงป่อง ตัดหางแมงป่องทิ้งไป ใช้อธิบายถึงการกำจัดหรือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน
จีนในยุคราชวงศ์โจว 周朝 Zhōu cháo (โจวเฉา) ถูกแบ่งออกเป็นสองช่วงเวลา นั่นคือราชวงศ์โจวตะวันตก 西周 Xīzhōu (ซีโจว) กับราชวงศ์โจวตะวันออก 东周/東周 Dōnɡzhōu (ตงโจว) เมื่อเมืองหลวงของราชวงศ์โจวตะวันตกถูกศัตรูรุกรานยึดครอง ราชสำนักโจวจึงย้ายเมืองหลวงไปทางทิศตะวันออก ปักหลักเมืองใหม่ขึ้นที่เมืองลั่วหยาง 洛阳/洛陽 Luòyánɡ จึงเรียกว่า โจวตะวันออก ในช่วงนี้ราชวงศ์โจวตะวันออกยังแบ่งออกได้อีกเป็นยุคชุนชิว 春秋 Chūnqiū กับยุคจ้านกั๋ว 战国/戰國 Zhànɡuó ผู้คนทั่วไปจึงนิยมเรียกราชวงศ์โจวในช่วงนี้ว่ายุคชุนชิวจ้านกั๋ว เป็นยุคที่มีศึกสงครามชิงเมืองกันบ่อยมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นยุคเบ่งบานของนักคิดนักปรัชญาทั้งหลาย ก่อเกิดค่ายสำนักวิชาการต่างๆ มากมาย หนึ่งในนั้นมีนักบริหารบ้านเมืองมืออาชีพที่เก่งกาจคนหนึ่งนามว่า ก๋วนจื่อ 管子 Guǎnzǐ แห่งแคว้นฉี 齐国/齊國 Qí ɡuó (ฉีกั๋ว) ผู้ได้รับการยกย่องเป็นสุดยอดอัครเสนาบดีแห่งแผ่นดิน การได้มาซึ่งความรู้ความสามารถหลายๆ อย่างก็ได้มาจากความบังเอิญต่างๆ อย่างเช่นครั้งหนึ่ง ขณะที่ก๋วนจื่อพำนักอยู่ที่เมืองซางชิว 商邱 Shāng qiū เขาได้พบกับกลุ่มเด็กๆ ที่เลี้ยงแมงป่องและกำลังหยอกล้อเล่นกับแมงป่องเหล่านั้นอย่างสนุกสนาน ก๋วนจื่อรู้สึกสนใจวิธีการเล่นของเด็กๆ เป็นอย่างมาก จึงเอ่ยถามว่าพวกเขามีวิธีจัดการกับแมงป่องอย่างไร เด็กคนหนึ่งตอบว่า “เมื่อข้าจับแมงป่องได้ ข้าจะตัดเหล็กในที่หางของมันออกเสียก่อน เช่นนี้มันก็ไม่สามารถต่อยหรือปล่อยพิษทำร้ายข้าได้ ข้าจึงสามารถเล่นกับมันได้อย่างสบายใจ”
ก๋วนจื่อรู้สึกประหลาดใจและใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้เด็กๆ แสดงวิธีการให้ดูต่อหน้า และแล้วเขาก็พบว่า ภาชนะที่เด็กๆ ใช้เลี้ยงนั้นมีแมงป่องอยู่กว่าสิบตัว ทว่าพวกมันกลับเชื่องอย่างน่าอัศจรรย์ เพียงโยนอาหารลงไป แมงป่องทั้งหลายก็จะพากันมารวมตัวและแย่งกันกินอาหารนั้นอย่างคึกคัก แต่เมื่อใช้นิ้วมือแหย่หรือหยอกล้อพวกมัน แมงป่องเหล่านั้นกลับพากันตกใจและวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง ดูราวกับว่าพวกแมงป่องเหล่านั้นหวาดกลัวมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง
เรื่องเล่านี้ให้ข้อคิดว่า หากต้องการเอาชนะศัตรูที่ดุร้าย สิ่งสำคัญคือต้องโจมตีให้ตรงจุดสำคัญและกำจัดอาวุธหรือพลังที่เป็นภัยของฝ่ายตรงข้ามเสียก่อน เปรียบดังเช่นแมงป่อง แม้จะเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรง แต่เมื่อถูกตัดเหล็กในที่หางออกแล้ว ก็ไม่อาจใช้พิษทำร้ายมนุษย์ได้อีกต่อไป
ดังนั้น การรับมือกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศัตรู ปัญหา หรืออุปสรรค จึงควรพิจารณาอะไรคือจุดสำคัญหรือจุดอ่อน แล้วจัดการกับต้นเหตุอย่างตรงจุด เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นภัยให้กลายเป็นคุณ
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:抓住事物的关键要害,从而化害为利。
成語比喻:抓住事物的關鍵要害,從而化害為利。
Chénɡyǔ bǐyù:Zhuā zhù shìwù de ɡuānjiàn yàohài, cónɡ’ér huà hài wéi lì.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: จวา จู้ ฉื้ออู้ เตอะ กวนเจี้ยน เหย้าไห้, โฉง เอ๋อร์ ฮว่า ไห้ เหวย ลี่.
สุภาษิตเปรียบว่า จับให้ถูกจุดสำคัญ จึงสามารถเปลี่ยนภัยให้เป็นคุณ
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
要想彻底解决公司里的这个团伙的危害,我们必须采取毒蝎去尾般的果断措施,铲除其核心的犯罪源头,才能从根源上解决问题,否则他们迟早会卷土重来。
要想徹底解決公司裡的這個團伙的危害,我們必須採取毒蠍去尾般的果斷措施,剷除其核心的犯罪源頭,才能從根源上解決問題,否則他們遲早會捲土重來。
Yào xiǎnɡ chèdǐ jiějué ɡōnɡsī lǐ de zhèɡe tuánhuǒ de wéihài, wǒmen bìxū cǎiqǔ dú xiē qù wěi bān de ɡuǒduàn cuòshī, chǎnchú qí héxīn de fànzuì yuántóu, cáinénɡ cónɡ ɡēnyuán shànɡ jiějué wèntí, fǒuzé tāmen chízǎo huì juǎntǔchónɡlái.
เหย้าเสี่ยง เช่อตี่ เจี่ยเจว๋ กงซือ หลี่ เตอะ เจ้อเกอะ ถวนหั่ว เตอะ เหวยไห้, หวั่วเหมิน ปี้ซวี ไฉฉวี่ ตู๋เซียชวี่เหว่ย เตอะ กั่วต้วน ชั่วฌือ, ช่านฉู ฉี เหอซิน เตอะ ฟ้านจุ้ย หยวนโถว, ไฉเหนิง ฉง เกินหยวน ฉั้ง เจี่ยเจว๋ เวิ่นถี, โฝวเจ๋อ ทาเหมิน ฉือจ่าว หุ้ย เจวี๋ยนถู่ฉงไหล.
เพื่อกำจัดปัญหาที่คนกลุ่มนี้ก่อขึ้นภายในบริษัทอย่างสิ้นเชิงพวกเราต้องใช้มาตรการเด็ดขาด เพื่อกำจัดต้นตอของปัญหา เหมือนกับการตัดหางแมงป่อง เราจึงจะแก้ปัญหาที่ต้นตอได้ มิเช่นนั้น พวกเขาก็จะกลับมาสร้างปัญหาได้อีกในไม่ช้าก็เร็ว
อ.ซ่อซิง เมธาธารณ์กุล
ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

