มึน อาจารย์ ร้องถูกขโมยผลงาน กลับถูกมช. ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง อ้างทำเสียชื่อเสียง

15.09.26 | 15:54 น.

มึน อาจารย์ ร้องถูกขโมยผลงาน กลับถูกมช. ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง อ้างทำเสียชื่อเสียง

 


กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ทันที หลังจากที่ ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ประจำประจำภาควิชาสื่อศิลปะและ การออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาระบุว่า

“ด่วน! อาจารย์สุรชัย จงจิตงาม ไปร้องหน่วยงานภายนอกเรื่องขโมยงานวิจัย กลับถูก มช. ตั้งกรรมการสืบสวน เพื่อสอบวินัย “ร้ายแรง” เหตุทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง”

Advertisement

ขณะที่ นายวรา จันทร์มณี นักวิชาการอิสระด้านสังคมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า ทราบข่าวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงอาจารย์สุรชัย จงจิตงาม เหตุที่ไปร้องเรียนเรื่องที่ตนถูกลอกงานวิจัยกับหน่วยงานต่าง ๆ จนทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง งงเหมือนกัน อาจารย์สุรชัยทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียงตรงไหน?

นายวรา กล่าวต่อว่า หากมหาวิทยาลัยจะเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็เนื่องจากช่วยให้คนผิดลอยนวลพ้นผิด ไม่ให้ความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกันมากกว่า คำถามคือ เหตุใดผู้ร้องเรียนถึงถูกสอบวินัยร้ายแรง แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าลอกงานคนอื่น และก่อนหน้านั้นถูกคณะกรรมการสอบของคณะวิจิตรศิลป์ตัดสินว่าผิดวินัยร้ายแรง กลับถูกมหาวิทยาลัยตั้งสอบใหม่ว่าไม่ร้ายแรง? อะไรคือมาตรฐานทางจริยธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่?

นายวรา กล่าวต่อว่า ในกรณีลอกงานของอาจารย์สุรชัยนั้น วันที่ผมเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร (รังสิมันต์ โรม เป็นประธาน) พบว่าเนื้อหางานเพิ่มเติมไปจากงานเดิมของอาจารย์สุรชัยแค่ร้อยละ 5 (ประมาณ 11 หน้าจาก 263 หน้า) และนักวิชาการหลายท่านก็ลงความเห็นตรงกันว่าเป็นการลอกงาน ซึ่งเป็นเรื่องผิดจริยธรรมทางวิชาการอย่างร้ายแรง

นายวรา กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าลอก กลับพ้นผิด แต่ผู้ถูกลอก กลับถูกสอบวินัยร้ายแรง งง! เรื่องนี้เป็นเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมที่มหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบต่อสังคม อยากให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกมาชี้แจงต่อสังคม


สำหรับ ดร.สุรชัย จงจิตงาม อาจารย์ภาควิชาศิลปะไทย สาขาวิชาศิลปะไทยและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยทำหนังสือถึง นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร้องเรียนให้สอบสวนการกระทำผิดทางวินัย เรื่องการขโมยผลงานทางวิชาการของผู้อื่นมาเป็นของตน เมื่อปี 2567

โดยระบุไทม์ไลน์เหตุการณ์ว่า ดร.สุรชัย เป็นผู้เขียน รายงาน “โครงการสำรวจศิลปกรรมของชุมชนในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่เบื้องต้น” พ.ศ.2563 ซึ่งได้งประมาณจากคณะวิจิตรศิลป์ แต่เพียงผู้เดียว และได้ปิดโครงการเมื่อ 16 ธันวาคม 2563

ต่อมาในปี พ.ศ.2565 มีผู้ให้ ดร.สุรชัย เขียนรายงานเพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิมเนื่องจากได้รับทุนจากโครงการล้านนาสร้างสรรค์ สำนักยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งข้าพเจ้าจึงได้เขียนเนื้อหาเพิ่มให้ จำนวน 17 หน้า จนได้รายงาน “การสำรวจศิลปกรรมในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่” พ.ศ.2565 ซึ่งเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น 17 หน้ารวมทั้งเนื้อหาที่มีอยู่เดิมนั้น ดร.สุรชัย เป็น “ผู้เขียน” แต่เพียงผู้เดียว

ขอบคุณภาพจาก คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2567 มีบุคคลได้นำต้นฉบับรายงาน “การสำรวจศิลปกรรมในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่” พ.ศ.2565 ที่ข้าพเจ้าเป็นผู้เขียนไปจัดพิมพ์เป็นหนังสือ “—” เผยแพร่ต่อสาธารณะทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์ และการแชร์ไฟล์ PDF ของหนังสือในรูปแบบออนไลน์ โดยระบุว่า บุคคลดังกล่าวคือผู้เขียนหลัก ซึ่งที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สุรชัย ได้ท้วงติงให้แก้ไขมาโดยตลอด เพราะโดยข้อเท็จจริงข้าพเจ้าเป็นผู้เขียนต้นฉบับหนังสือแต่เพียงผู้เดียว

ทั้งนี้ ดร.สุรชัย เคยได้ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาเคยยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมพยานหลักฐานต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และยื่นเรื่องต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง

ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2569 ดร.สุรชัย ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการคัดลอกผลงานทางวิชาการ รวมถึงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินทุนวิจัยและกระบวนการสอบสวนภายในมหาวิทยาลัย

ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ทาง กมธ.กฎหมายฯ ได้เชิญบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆเข้าให้ข้อมูลดังนี้คือ ผู้แทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ (รมว.อว.), ผู้แทน เลขาฯปปช., ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผอ. ปปช. เชียงใหม่, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ธงชัย วินิจจะกูล, ศาสตราจารย์พวงทอง ภวัครพันธ์, ศาสตราจารย์โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัย จงจิตงาม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทัศนัย เศรษฐเสรี, นายวรา จันทร์มณี และนายวัลย์นภัสร์ เจนร่วมจิตในฐานะผู้ร้องเรียน ซึ่งในการประชุมนั้น ทาง กมธ.ยังมีความสงสัยในหลายประเด็นจึงได้มีการเรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนข้อสรุปและความคืบหน้าจะมีการชี้แจงรายงานให้ทราบอีกครั้ง

ต่อมาวันที่ 29 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ข้อเท็จจริง เรื่อง กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการนำผลงานทางวิชาการไปจัดทำเป็นหนังสือและประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ มีสาระสำคัญ คือ คณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อกล่าวหาไม่อาจรับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้อง กระทำผิดวินัย อธิการบดี มช. จึงพิจารณาให้ ยุติเรื่อง โดยยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
จับตาดูต่อไปว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะออกมาชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าวอย่างไร?