เปิดสถิติ ‘น.ร.-ครู’ ส่งเรื่องร้องเรียน ผ่านTraffy EDU อาคารชำรุด-คุกคามทางเพศแชมป์
น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า หลังจาก ศธ.เปิดศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย พร้อมเปิดระบบรับเรื่องร้องเรียนผ่าน ‘Traffy Edu’ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนเข้ามาในระบบประมาณ 30 เรื่อง โดยปัญหาที่ร้องเรียนมากที่สุดเป็นเรื่องสภาพแวดล้อมและความไม่ปลอดภัยของอาคารสถานที่ ทั้งอาคารเรียนเก่าชำรุดทรุดโทรม และอาคารที่ก่อสร้างมานานกว่า 10 ปี แต่ยังไม่แล้วเสร็จจนเริ่มผุพัง สร้างความกังวลว่าอาจเกิดอันตรายต่อนักเรียนและครู อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวมีความซับซ้อน โดยเฉพาะกรณีผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่ง ศธ.อยู่ระหว่างประมวลผลข้อมูลและวางแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบเรื่องร้องเรียน ที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามทางเพศ จำนวน 4 เรื่อง จากการตรวจสอบพบว่ายังไม่ถึงขั้นรุนแรงหรือมีการทำร้ายร่างกาย แต่เป็นกรณีครูมีพฤติกรรมจับเนื้อต้องตัวนักเรียนอย่างไม่เหมาะสม โดยทั้ง 4 เรื่อง ศธ.ดำเนินการแก้ไขและปิดเรื่องภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ด้วยการส่งต่อให้หน่วยงานต้นสังกัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สอบสวน เรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบข้อเท็จจริง และมีการคาดโทษ ส่วนที่เหลือ เป็นเรื่องนักเรียนทำร้ายร่างกายกันเอง ซึ่งมีภาพหลักฐานประกอบอย่างชัดเจน ปัญหาสภาพแวดล้อมรอบโรงเรียน อาทิ ร้านขายใบกระท่อมและร้านขายกัญชาใกล้สถานศึกษา รวมถึงกรณีครูร้องเรียนผู้บริหารสถานศึกษาว่ามีการสั่งงานไม่เป็นธรรม
“จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจและอบรมนักเรียน พบว่านักเรียนในต่างจังหวัดจำนวนมากยังไม่รู้จักระบบ Traffy Edu แต่เมื่อแนะนำให้แอดไลน์และทดลองใช้งานพร้อมกัน นักเรียนสามารถเข้าใจกระบวนการแจ้งเหตุได้ทันที ดังนั้น โจทย์ใหญ่ขณะนี้คือการเร่งสร้างการรับรู้ โดยปัจจุบันมีทีมแอดมินกลาง ซึ่งเป็นตัวแทนจากทุกแห่งของ ศธ. ทำหน้าที่คัดกรองและส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยัง สพท.ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ได้มีหนังสือสั่งการไปยัง สพท.ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ให้เร่งประชาสัมพันธ์ระบบในระดับโรงเรียน พร้อมจัดกิจกรรมประกวดสื่อประชาสัมพันธ์ และมีแผนเดินสายลงพื้นที่ทุกภูมิภาค คาดหวังว่าภายใน 6 เดือน ระบบ Traffy Edu จะสามารถเข้าถึงและสร้างการรับรู้แก่ครูและนักเรียนได้มากกว่า 50% ของทั้งหมด โดยข้อมูลเรื่องร้องเรียนทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ในระบบ และ ศธ.พร้อมเปิดเผยสถิติต่อสาธารณะ เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

