‘ประเสริฐ’ เร่งสกัดทุจริตอาหารกลางวัน ออก 3 มาตรการ ดัน ‘ครัวกลาง’ ลดภาระครู
เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ศธ.ได้รายงานให้ ครม.รับทราบกรณีการสวมสิทธิเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยจากการตรวจสอบพบวิทยาลัยเอกชน 4 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.บึงกาฬ 2 แห่ง จ.สกลนคร 1 แห่ง และ จ.หนองบัวลำภู 1 แห่ง นำรายชื่อนักเรียนไปสวมสิทธิเพื่อเบิกเงิน กยศ. จากเดิมที่มีกระแสข่าวว่าเกิดขึ้นใน จ.กาฬสินธุ์
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ศธ.ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยจะตรวจสอบตั้งแต่กระบวนการยื่นกู้ การยืนยันตัวตน และการเบิกจ่ายเงิน หากพบว่ามีข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันต้องตรวจสอบด้วยว่ามีนักเรียนหรือนักศึกษารายใดถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้กู้เงินโดยไม่ได้ยินยอมหรือไม่ เพราะอาจทำให้ต้องรับภาระหนี้ที่ไม่ได้ก่อขึ้นเอง
“ที่ผ่านมาเคยมีกรณีลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับวิทยาลัยเอกชนใน จ.ขอนแก่น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้มีคำสั่งงดรับนักเรียนไปแล้ว” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับอีกประเด็นที่ ศธ.รายงานให้ ครม.รับทราบ คือ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตโครงการอาหารกลางวันนักเรียน โดยเงินอุดหนุนอาหารกลางวันเป็นเงินจากภาครัฐที่ส่งผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ก่อนจัดสรรให้โรงเรียนดำเนินการ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่ออุดช่องโหว่และลดความเสี่ยงการทุจริต
โดยมีแนวทางสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.จัดทำคู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ครอบคลุมขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและเกณฑ์มาตรฐานคุณค่าทางโภชนาการ 2.นำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจสอบสิทธิและบริหารจัดการอาหารกลางวัน โดย สพฐ.ร่วมกับ อปท. และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) นำแอปพลิเคชัน Thai School Lunch มาใช้ โดยปัจจุบันมีโรงเรียนนำร่องแล้วกว่า 2,000 แห่ง จากเป้าหมาย 3,000 แห่งทั่วประเทศ และ 3.ผลักดันนโยบาย Cloud Kitchen หรือครัวกลาง โดยรวมโรงเรียน 4-5 แห่งในพื้นที่ตำบลเดียวกันมาใช้ครัวกลางร่วมกัน เพื่อลดภาระการจัดซื้อจัดจ้างของครู และเปิดทางให้ครูมีเวลามุ่งเน้นการเรียนการสอนมากขึ้น
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า จะเชื่อมโยงการดำเนินงานครัวกลางกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และชุมชนในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรที่ปลอดภัย เช่น ไข่ไก่และผักสด เข้าสู่ระบบอาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการจัดตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาระดับตำบลที่อยู่ระหว่างการร่างข้อบังคับ
“ตามข้อเสนอแนะของ สตง.และ ป.ป.ช. เมื่อเกิดปัญหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนหนึ่งอาจมาจากบุคลากรที่ไม่มีความชำนาญด้านระเบียบและกฎหมาย จึงต้องพัฒนาทักษะ หรือ Reskill-Upskill ให้แก่บุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากความไม่เข้าใจหรือไม่ชำนาญในข้อกฎหมาย” นายประเสริฐ กล่าว

