จุฬาฯ ผนึกตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับองค์ความรู้ธุรกิจครอบครัวไทย สร้างผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่สู่มาตรฐานสากล

22.09.26 | 15:11 น.

จุฬาฯ ผนึกตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับองค์ความรู้ธุรกิจครอบครัวไทย สร้างผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่สู่มาตรฐานสากล

 


เมื่อวันที่ 21 กันยายน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัวในประเทศไทย โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ พร้อมพัฒนาหลักสูตรด้านธุรกิจครอบครัว (Family Business) การบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งของครอบครัว (Family Wealth Management) ทั้งในระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษาให้มีความเป็นเลิศในระดับสากล พร้อมเดินหน้าจัดทำกรณีศึกษา งานวิจัยเชิงลึก ตลอดจนส่งเสริมธรรมาภิบาล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ และเพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรด้านธุรกิจครอบครัวในระดับประเทศและต่างประเทศ

โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงาน ศ. (พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือ และปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Who Will Lead Thailand’s Family Businesses Tomorrow? สร้างคน ยกระดับความรู้ สู่อนาคตธุรกิจครอบครัวไทย และ รศ.ดร.ธิติ บวรรัตนารักษ์ คณบดีวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวรายงานถึงความร่วมมือ

จากนั้นเป็นพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ และนางพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี ศ. (พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นสักขีพยานในการลงนาม

Advertisement

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ธุรกิจครอบครัว (Family Business) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการเติบโตของภาคธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวสามารถเติบโตและส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนการพัฒนาธุรกิจครอบครัวในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้แบบบูรณาการจากหลากหลายศาสตร์ ทั้งด้านบริหารธุรกิจ บัญชี เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย วิทยาศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวจุฬาฯ พร้อมนำศักยภาพของคณะและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์และการเรียนรู้ตลอดชีวิต มาสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจครอบครัวให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างกว้างขวาง พร้อมสร้างเครือข่ายและชุมชนธุรกิจครอบครัวที่เข้มแข็ง เพื่อยกระดับธุรกิจไทยให้เติบโต สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และก้าวสู่ตลาดที่กว้างขึ้นในอนาคต

ศ. (พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Who Will Lead Thailand’s Family Businesses Tomorrow? สร้างคน ยกระดับความรู้ สู่อนาคตธุรกิจครอบครัวไทย” ว่า ธุรกิจครอบครัวถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและความแตกต่างระหว่างคนแต่ละรุ่น ทำให้การสืบทอดกิจการในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น และไม่เป็นเพียงการส่งมอบธุรกิจจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งเท่านั้น หัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจครอบครัว ได้แก่ การสร้างความเข้าใจและการสื่อสารที่ดีภายในครอบครัว การกำหนดบทบาทของเจ้าของ กรรมการ และผู้บริหารอย่างชัดเจน การสร้างระบบบริหารและธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง ตลอดจนการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่และบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขัน ปรับตัว และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์จากภาคธุรกิจ งานวิจัย และกรณีศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย มาพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ

ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ ยกระดับธรรมาภิบาล และพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจครอบครัวไทย เพื่อให้สามารถส่งต่อทั้งกิจการ คุณค่า และความรับผิดชอบจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

รศ.ดร.ธิติ บวรรัตนารักษ์ คณบดีวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ เผยว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้าความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจครอบครัว (Family Business) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย ให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์ความท้าทายของธุรกิจครอบครัว ทั้งการเปลี่ยนผ่านการบริหารจากรุ่นสู่รุ่น การเงินและการลงทุน การพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ ตลอดจนการสร้างธรรมาภิบาลและความสมดุลระหว่างครอบครัว ความเป็นเจ้าของ และการบริหารธุรกิจ โดยบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ อาทิ บริหารธุรกิจ การเงิน การลงทุน เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย นวัตกรรม และการบริหารความมั่งคั่ง โดยความร่วมมือจะครอบคลุมทั้ง การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ การสร้างงานวิจัยและกรณีศึกษาธุรกิจครอบครัวไทย รวมถึงการสร้างเครือข่ายและระบบนิเวศทางธุรกิจ เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาคนรุ่นใหม่และผู้นำธุรกิจครอบครัวให้มีความรู้ควบคู่กับความเข้าใจด้านการสืบทอดกิจการ ธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน