‘ประเสริฐ’ สั่งลดขั้นตอนรับรองคุณวุฒิครูต่างชาติ-รอกฤษฎีกาตรวจสอบปมร้องสรรหาเลขาฯ คุรุสภา
เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการรับรองคุณวุฒิ เพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรผู้สอนที่มีทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ศธ.จึงให้คุรุสภาพิจารณาปรับลดและกระชับขั้นตอนการรับรองคุณวุฒิ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการกำลังคนของสถานศึกษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ได้มุ่งรองรับเฉพาะครูผู้สอนภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่จะครอบคลุมครูที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศที่มีความจำเป็นต่อระบบการศึกษา อาทิ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเยอรมัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้านเข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันได้ขยายความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีการหารือกับประเทศเลโซโท เพื่อประสานความร่วมมือในการนำครูผู้สอนภาษาอังกฤษเข้ามาปฏิบัติการสอนในโรงเรียนสังกัดต่างๆ ของไทย ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูภาษาอังกฤษ และเพิ่มโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้กับเจ้าของภาษาหรือครูที่มีทักษะภาษาในระดับสูง

“ที่ประชุมยังได้พิจารณาแนวทางยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีแนวคิดให้ปรับปรุงตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงาน (KPI) ของครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ ให้มีความยืดหยุ่นและสะท้อนการปฏิบัติงานจริงมากขึ้น เนื่องจากรูปแบบการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันมีความหลากหลาย และบทบาทของครูไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ในห้องเรียนเท่านั้น ทั้งนี้ การปรับ KPI จะให้ความสำคัญกับสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ตลอดจนความสามารถในการปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน มากกว่าการประเมินจากปริมาณเอกสาร เพื่อให้การประเมินครูสะท้อนคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงานที่เกิดขึ้นจริง และลดภาระที่ไม่จำเป็นของครู” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภาคนใหม่ ขณะนี้มีผู้สมัครทั้งสิ้น 6 ราย โดยกำหนดการสัมภาษณ์จะมีขึ้นในวันที่ 30 กันยายนนี้ ก่อนจะเสนอชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้ที่ประชุมพิจารณาต่อไป ส่วนประเด็นการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ และได้ส่งเรื่องไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยตีความข้อกฎหมายและตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว สำหรับกรณีที่มีข้อเสนอให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากเห็นว่าการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตีความข้อกฎหมาย ถือว่าเพียงพอสำหรับการตรวจสอบประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยจะรอผลการพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป หากผลการตรวจสอบออกมาว่าไม่ขัดต่อคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยยึดความถูกต้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายเป็นสำคัญ



