ม.ศิลปากร รุกสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์เปิดหลักสูตร CEMIS ข้ามศาสตร์แห่งแรกในไทย-อาเซียน

30.09.26 | 11:15 น.

ม.ศิลปากร รุกสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์เปิดหลักสูตร CEMIS ข้ามศาสตร์แห่งแรกในไทย-อาเซียน

 


เมื่อโลกยุคใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และธุรกิจ ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกต่อไป แล้วจะทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้กลายเป็นคุณค่าใหม่ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดนตรี นวัตกรรม และซอฟต์พาวเวอร์ (CEMIS) คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงได้จัดงาน CEMIS OPEN HOUSE 2026 ภายใต้แนวคิด “Shaping the Future of Soft Power” เมื่อดนตรี นวัตกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนโลกใหม่ ใน วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิชัย เลิศสถากิจ อดีตคณบดีคณะดุริยางศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับผู้เรียนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ได้เข้ามาค้นหาคำตอบพร้อมยกระดับศักยภาพเดิมที่มีอยู่ โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงศาสตร์ทางดนตรีหรือศิลปะ อย่างเดียวเท่านั้น หากแต่เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเชื่อมโยงศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ วัฒนธรรม นวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความรู้เชิงบูรณการหลากหลายศาสตร์ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การค้นพบสิ่งที่มีความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด

เพราะหัวใจสำคัญของหลักสูตรนี้ คือ การนำประสบการณ์จริงของผู้เรียนมาเปลี่ยนให้เป็นคำถามวิจัย และพัฒนาไปสู่งานวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งในเชิงวิชาการ การต่อยอดทางธุรกิจ และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เพื่อเปิดโอกาสและสร้างความพร้อมให้ผู้เรียนได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ที่สำคัญ เช่น ผู้นำด้านนวัตกรรม, นักวางกลยุทธ์เศรษฐกิจสร้างสรรค์, นักวิจัย และนักวิชาการเฉพาะทาง รวมถึงผู้ประกอบการสร้างสรรค์

Advertisement

ปัจจุบันประสบการณ์ที่ดีไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สิ่งที่คุณทำอยู่ในวันนี้ แต่สามารถกลายเป็นคำถาม กลายเป็นงานวิจัย และสามารถต่อยอดกลายเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่มีคุณค่าส่งต่อสู่สังคมได้ เพราะเมื่อองค์ความรู้ถูกนำไปต่อยอด ก็สามารถกลายเป็นแนวคิดใหม่ เป็นผลงาน นวัตกรรม หรือคุณค่าใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ต่อไป

อย่างไรก็ดี ไฮไลต์ภายในงาน CEMIS OPEN HOUSE 2026 ครั้งนี้ จะมีการนำเสนอแนวคิดของ หลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ดนตรีนวัตกรรม และซอฟต์พาวเวอร์ (CEMIS) หลักสูตรปริญญาเอก แบบบูรณาการข้ามศาสตร์ ที่มุ่งต่อยอดศักยภาพและประสบการณ์ของผู้เรียนผ่านงานวิจัย ตลอดจนการเสวนาพิเศษ Founding Talk, Vision Talk, Panel Discussion และ Special Talk จากผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สื่อ และเทคโนโลยี

โดยหลักสูตร CEMIS ถือว่าเป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอกหลักสูตรแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนที่มีการบูรณาการศาสตร์ข้ามสื่อ (Cross-media) ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดนตรี นวัตกรรม และซอฟต์พาวเวอร์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ระยะเวลาเรียน 3 ปี ซึ่งผู้เรียนจะได้ศึกษารายวิชาหลักในรูปแบบ Coursework ในปีแรก รวม 5 รายวิชา จากนั้นมุ่งเน้นการทำวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในระดับดุษฎีบัณฑิต รวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 51 หน่วยกิต

ส่วนกลุ่มเป้าหมายของหลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ, ผู้กำหนดนโยบายภาครัฐ, นักธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์, ศิลปิน นักแสดง และ ผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านความคิดเชิงกลยุทธ์และภาวะผู้นำ ซึ่งขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยฯ กำลังเปิดรับสมัคร รุ่นที่ 3 โดยผู้ที่เข้ามาเรียนในรุ่นที่ 1 และ 2 ที่ผ่านมา จะมีทั้งผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรกำกับดูแลสื่อ, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), สถาบันการเงิน, อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ตลอดจนศิลปิน และผู้ประกอบการ SME ซึ่งก็ได้นำองค์ความรู้หลังเรียนจบไปประยุกต์ใช้กับการวางนโยบายและต่อยอดธุรกิจจริงๆ แล้วหลายโครงการ

“จึงอยากเชิญชวนให้มาเรียน เนื่องจากบางครั้งสิ่งที่เราต้องการก้าวต่อไป อาจไม่ใช่แค่มีการเรียนรู้มากขึ้น แต่คือการนำสิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราทำ และสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ มาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ หากคุณคือผู้มีประสบการณ์ที่ต้องการต่อยอดความเชี่ยวชาญและปลดล็อกศักยภาพสู่ขั้นที่สูงมากขึ้น หลักสูตร CEMIS พร้อมเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนความเชี่ยวชาญเดิมของคุณ ให้กลายเป็นการสร้างคุณค่าใหม่ในแบบของคุณ ต่อไป” ศาสตราจารย์ วุฒิชัย กล่าว

ขณะเดียวกันภายในงาน CEMIS OPEN HOUSE 2026 อาจารย์ ดร. นลิน เพ็ชรอินทร์ คณบดี คณะดุริยางคศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวเสริมว่า ในยุคที่เทคโนโลยีและบริบททางเศรษฐกิจสังคมเกิดการ Disruption อยู่ตลอดเวลา คณะดุริยางคศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันด้านดนตรีแห่งแรกของไทยไม่สามารถจำกัดบทบาทไว้เพียงการเป็น “Music School” ที่มุ่งเน้นแค่ทักษะการเล่นหรือร้องเพลงเหมือนในอดีตได้อีกต่อไป แต่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) และความยืดหยุ่นในการทำงานจริงให้แก่ผู้เรียน

ทางคณะฯ จึงได้เริ่มปรับโครงสร้างหลักสูตรระดับปริญญาตรีมาตั้งแต่ปี 2565 โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน คือ ปริญญาดุริยางคศาสตร์บัณฑิต (เน้นทักษะปฏิบัติด้านดนตรี 5 สาขาเอก) อาทิ ดนตรี คลาสสิค, ดนตรีแจ๊ส และ ปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต (เน้นการจัดการธุรกิจดนตรี บันเทิง พัฒนาศิลปิน และ Influencer) พร้อมบูรณาการให้เกิดการทำงานข้ามสายงานร่วมกัน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนถึงความยืดหยุ่นและความเป็นมืออาชีพค่อนข้างสูงของนักศึกษา ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เราอยากให้เกิดขึ้น

ดังนั้นทิศทางต่อไปในอนาคตทางมหาวิทยาลัยฯ นอกจากขยายผลในการเปิดตัวหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดนตรี นวัตกรรม และซอฟต์พาวเวอร์ (CEMIS) ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่ผสมผสานกันระหว่าง Creative Academy, Music Innovation, Technology, Soft Power และงานวิจัย (Research) เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่สนใจในเรื่องวัฒนธรรมและนวัตกรรมสร้างสรรค์

รวมถึงเราจะต้องเปลี่ยนภาพของการเป็น Music Education ล้วนๆ ให้กลายเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า Creative Economy Ecosystem ซึ่งจะประกอบด้วย 3 คำหลัก คือ Creative, Economy และ Ecosystem โดยทิศทางของคณะกำลังก้าวไปในส่วนของ Creative Economy คือ การนำงานสร้างสรรค์ งานวิจัย หรือนวัตกรรมต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาต่อยอดทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ สร้างงานที่เป็นมูลค่าเชิงธุรกิจและงานที่ส่งผลต่อสังคม โดยจะรวมสิ่งต่างๆ ทั้งหมดเข้ามาด้วยกัน จะไม่มีการแยกแล้วว่าใครจะเป็นนักดนตรี นักร้อง หรือผู้จัดการ แต่ทั้งหมดจะถูกนำมารวมกันเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ที่มี Impact ในการส่งผลกระทบเชิงคอนเซปต์บางอย่าง

นอกจากนี้คณะดุริยางคศาสตร์ ยังมียุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนรูปแบบความร่วมมือจาก Partnership ไปสู่ Collaborative หรือ การดึงภาคอุตสาหกรรมเข้ามาเป็น “ผู้ร่วมสร้าง” พัฒนาศักยภาพนักศึกษาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยกัน ล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ TikTok และ ProPlugin ในการเตรียมจัดทำโปรเจกต์ความร่วมมือและร่วมกันพัฒนาหลักสูตร เพื่อป้อนบุคลากรที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของตลาดเข้าสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ผู้สนใจติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/share/19N3z1SdrE/