นิทานสุภาษิตจีน (388)
成语故事(三八八)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 不教而诛/不教而誅 bù jiào ér zhū (ปู้ เจี้ยว เอ๋อร์ จู) โดย คำว่า
不 bù (ปู้) แปลว่า ไม่ ไม่ได้
教 jiào (เจี้ยว) แปลว่า อบรมสั่งสอน อธิบาย
而 ér (ชวี่) แปลว่า ก็ (ในบริบทนี้)
诛/誅 zhū (จู) แปลว่า สังหาร (ลงโทษ)
เมื่อรวมกันแล้ว 不教而诛/不教而誅 หมายถึง ไม่อบรมสั่งสอนเสียก่อน แต่กลับลงโทษ เป็นแนวคิดของขงจื่อที่วิจารณ์การใช้อำนาจลงโทษโดยไม่ให้โอกาสผู้กระทำความผิดได้เรียนรู้หรือแก้ไขก่อน สุภาษิตนี้มาจากแนวคิดของขงจื่อที่ว่าด้วยคุณธรรม 5 ประการและการปกครองที่ชั่วร้าย 4 ประการ“五美四恶”/“五美四惡”wǔ měi sì è (อู๋ เหม่ย์ ซื่อ เอ้อ)
มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน
ขงจื่อมีศิษย์คนหนึ่งชื่อ จื่อจาง 子张/子張 Zǐ Zhānɡ วันหนึ่งจื่อจางถามขงจื่อว่า “จะต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถบริหารบ้านเมืองและจัดการกิจการบ้านเมืองได้” ขงจื่อตอบว่า “จงยึดถือคุณธรรมอันดีงาม 5 ประการ และกำจัดการปกครองที่ชั่วร้าย 4 ประการ เพียงเท่านี้ก็สามารถบริหารกิจการบ้านเมืองได้แล้ว”
จื่อจางถามต่อว่า “คุณธรรม 5 ประการนั้นมีอะไรบ้าง” ขงจื่อตอบว่า “ผู้ปกครองที่เป็น วิญญูชน ย่อมทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ โดยที่ตนเองไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพย์สินของบ้านเมือง ให้ประชาชนทำงาน แต่ประชาชนไม่รู้สึกคับแค้นหรือขุ่นเคือง แสวงหาความเมตตากรุณาและคุณธรรม โดยไม่ละโมบในผลประโยชน์หรือทรัพย์สิน วางตนอย่างสง่างามและสำรวม แต่ไม่หยิ่งยโส และมีความน่าเกรงขามโดยไม่ใช้อำนาจอย่างดุดันหรือโหดร้าย”
จื่อจางถามต่อว่า “จะทำอย่างไรจึงจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องควักเงินของตนเอง”
ขงจื่อตอบว่า “หากให้ประชาชนทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตัวพวกเขาเอง นั่นมิใช่การทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องควักเงินของตนเองหรอกหรือ หากเลือกงานที่ประชาชนมีความสามารถจะทำได้ แล้วมอบหมายให้พวกเขาทำ ใครเล่าจะยังรู้สึกขุ่นเคืองอีก หากตนเองแสวงหาความเมตตากรุณาและคุณธรรม แล้วได้รับคุณธรรมนั้นมา จะเรียกว่าละโมบในผลประโยชน์ได้อย่างไรกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนจำนวนมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีอำนาจหรือฐานะสูงต่ำเพียงใด วิญญูชนก็ไม่กล้าปฏิบัติต่อผู้ใดอย่างดูหมิ่นหรือละเลย นั่นมิใช่ความสง่างามโดยไม่หยิ่งยโสหรอกหรือ การที่วิญญูชนแต่งกายอย่างเรียบร้อย วางท่าทีสำรวมจริงจัง มีสายตาสงบนิ่งและมั่นคง จนผู้คนมองเห็นแล้วเกิดความเกรงขาม นั่นมิใช่ความน่าเกรงขามโดยไม่ต้องใช้ความดุดันหรอกหรือ”
จื่อจางถามอีกว่า “แล้วการปกครองที่ชั่วร้าย 4 ประการนั้นมีอะไรบ้าง” ขงจื่อตอบว่า “ประการแรก ไม่อบรมสั่งสอนประชาชนเสียก่อน แต่กลับลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต สิ่งนี้เรียกว่า ‘ทารุณ’ (虐 nüè เนว่) ประการที่สอง ไม่ตักเตือนหรือชี้แนะล่วงหน้า แต่กลับเรียกร้องให้ผู้อื่นทำงานให้สำเร็จ สิ่งนี้เรียกว่า ‘โหดร้าย’ (暴bào เป้า) ประการที่สาม ออกคำสั่งล่าช้า แต่กลับกำหนดให้ผู้อื่นต้องทำงานให้เสร็จภายในเวลาที่จำกัด สิ่งนี้เรียกว่า ‘เบียดเบียน’ หรือ ‘โจร’ (贼/賊 zéi เจ๋ย) ประการที่สี่ เมื่อมอบสิ่งของให้ผู้อื่น แต่กลับมีท่าทีเสียดายและตระหนี่ถี่เหนียว สิ่งนี้เรียกว่า ‘ใจแคบ’ หรือ ‘ตระหนี่’ (小气/小氣 xiǎoqì เสี่ยวชี่)”
สาระสำคัญของแนวคิดขงจื่อในตอนนี้เน้นว่า การปกครองที่ดีมิใช่เพียงการใช้อำนาจหรือออกคำสั่ง แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน การมอบหมายงานให้เหมาะสมกับความสามารถ การยึดมั่นในคุณธรรม ความสง่างามของผู้ปกครอง และการใช้อำนาจอย่างมีความเมตตาและความรับผิดชอบ
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:不先教育,不向人指明正误是非,一犯错就加以重罚或诛杀。
成語比喻:不先教育,不向人指明正誤是非,一犯錯就加以重罰或誅殺。
Chénɡyǔ bǐyù:Bù xiān jiàoyù, bú xiànɡ rén zhǐmínɡ zhènɡwù shìfēi, yī fàncuò jiù jiāyǐ zhònɡ fá huò zhū shā.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: ปู้ เซียน เจี้ยวยวี่ ปู๋เซี่ยง เหริน จื่อหมิง เจิ้งอู้ ฉื้อเฟย, อี ฟ่านชั่ว จิ้ว เจียอี่ โจ้งฝา ฮั่ว จู ซา.
สุภาษิตเปรียบว่า ไม่ทำการให้ความรู้หรือชี้แจงถูกผิดก่อน กลับลงโทษอย่างรุนแรงหรือประหารชีวิตผู้ที่ทำผิดพลาดทันที
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
老师应该先指出学生的错误并给予指导,而不是一犯错就严厉处罚,否则就容易陷入“不教而诛”的做法。
老師應該先指出學生的錯誤並給予指導,而不是一犯錯就嚴厲處罰,否則就容易陷入“不教而誅”的做法。
Lǎoshī yīnɡɡāi xiān zhǐchū xuéshēnɡ de cuòwù bìnɡ jǐyǔ zhǐdǎo, ér búshì yí fàncuò jiù yánlì chǔfá, fǒuzé jiù rónɡyì xiànrù“bù jiào ér zhū”de zuòfǎ.
เหล่าฌือ อิงไก เซียน จื่อชู เสวเฌิง เตอะ ฉั้วอู้ ปิ้ง จี๋ยหวี่ จื๋อต่าว, เอ๋อร์ ปู๋ฉื้อ อี๋ ฟ้านชั่ว จิ้ว เหยียนลี่ ฉู่ฝา, โฝ่วเจ๋อ จิ้ว หรงอี้ เซี่ยนรู่ “ปู้ เจี้ยว เอ๋อร์ จู” เตอะ จั้วฝ่า.
ครูควรชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดของนักเรียนและให้คำแนะนำเสียก่อน มิใช่ลงโทษอย่างรุนแรงทันทีที่นักเรียนทำผิด มิฉะนั้นก็อาจกลายเป็นการปฏิบัติแบบ “ไม่อบรมสั่งสอนเสียก่อน แต่กลับลงโทษ”
อ.ซ่อซิง เมธาธารณ์กุล
ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง



