‘มธ.’ ฉลอง 30 ปี TEP-TEPE เชื่อมเครือข่ายมหา’ลัยโลก ปั้นวิศวกรรับอนาคต

3.10.26 | 18:13 น.

‘มธ.’ ฉลอง 30 ปี TEP-TEPE เชื่อมเครือข่ายมหา’ลัยโลก ปั้นวิศวกรรับอนาคต

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน “TEP-TEPE CONNECT 30th Anniversary” ฉลองครบรอบ 30 ปี หลักสูตร TEP-TEPE พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงนักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า บุคลากร และเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรจากต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมแนะนำหลักสูตร เสวนาวิชาการ และงาน Grand Reunionโดยมี ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมธ. พร้อมผู้บริหารมธ. และ เครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรในต่างประเทศ ได้แก่ University of Nottingham สหราชอาณาจักร, University of New South Wales ประเทศออสเตรเลีย และ KU Leuven ประเทศเบลเยียม เข้าร่วม


ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. กล่าวว่า การครบรอบ 30 ปีของ TEP-TEPE สะท้อนความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. และมหาวิทยาลัยพันธมิตรต่างประเทศในการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ มธ. ที่มุ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อสังคมแห่งอนาคต ทั้งนี้มธ.มุ่งมั่นยกระดับหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ เพื่อผลิตวิศวกรที่มีวิสัยทัศน์ระดับโลก สามารถรับมือกับความท้าทายและเป็นกำลังสำคัญในการสร้างประโยชน์ให้สังคมในอนาคต

Advertisement

ศ.ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. กล่าวว่า หลักสูตร TEP-TEPE เริ่มต้นในปี 2539 จากความร่วมมือระหว่าง มธ. กับ University of Nottingham ประเทศอังกฤษ มีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพคณาจารย์และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสการศึกษาระดับนานาชาติ ก่อนขยายความร่วมมือไปยัง University of New South Wales (UNSW) ประเทศออสเตรเลีย และ KU Leuven ประเทศเบลเยียม

“โมเดล 2+2 เป็นการเรียนที่ มธ. 2 ปี และมหาวิทยาลัยพันธมิตร 2 ปี ทำให้นักศึกษาได้รับทั้งเครือข่ายในประเทศ และประสบการณ์ชีวิต ทัศนคติ และมุมมองระดับสากล ถือเป็นพันธกิจสำคัญในการส่งนักศึกษาออกไปเรียนรู้ในระดับนานาชาติ” ศ.ดร.สัญญา กล่าว

ศ.ดร.สัญญา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันหลักสูตรเปิดสอน 4 สาขาหลัก ได้แก่ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเคมี วิศวกรรมเครื่องกล และวิศวกรรมไฟฟ้า โดยนักศึกษาที่ศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรสามารถเลือกเรียนสาขาเฉพาะทางที่หลากหลายมากขึ้น ส่วน KU Leuven มีข้อจำกัดด้านภาษา แต่เปิดบางหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษให้นักศึกษาไทยเข้าศึกษาได้ สำหรับหลักสูตร TEPE เป็นการเรียน 4 ปีเต็มที่ มธ. โดยมีการปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับโลกการทำงาน เพิ่มองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการและเทคโนโลยีใหม่ เช่น Data Science พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาแลกเปลี่ยนต่างประเทศ 1-2 ภาคเรียน เข้าสู่โครงการสหกิจศึกษา หรือทำวิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรปริญญาตรี-โท รูปแบบ 3.5+1.5 โดยเรียนปริญญาตรีที่ มธ. 3.5 ปี และศึกษาต่อปริญญาโท 1.5 ปี ที่ University of Nottingham

“มธ.มี MOU กับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกกว่า 150 แห่ง นักศึกษาจึงมีโอกาสเลือกไปแลกเปลี่ยนและสร้างประสบการณ์ในต่างประเทศได้หลากหลาย” ศ.ดร.สัญญา กล่าว

ขณะที่ Professor Dr. Nigel Mongan ผู้แทนอธิการบดี University of Nottingham กล่าวว่า ความสำเร็จตลอด 30 ปีเกิดจากความร่วมมือของผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาของทั้งสองสถาบัน โดยสามารถร่วมกันผลิตบัณฑิตมากกว่า 1,000 คน ซึ่งได้เข้าไปทำงานและนำความรู้ไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสำคัญของสังคมและโลก

ด้าน Professor Dr. Julien Epps คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ UNSW กล่าวว่า วิศวกรมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาระดับโลก พร้อมแสดงความภาคภูมิใจในความสัมพันธ์กับ มธ. โดย UNSW เปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต

ส่วน Professor Dr. Wim Dewulf คณบดีคณะเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ KU Leuven กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง KU Leuven และ มธ. ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความไว้วางใจร่วมกัน พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษา มธ. เข้ามาศึกษาและพัฒนาความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อร่วมสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนโลกสู่ความยั่งยืน