‘นิติ’ ชู 5 นโยบาย มุ่งผลลัพธ์-ใช้ข้อมูลAIขับเคลื่อน สร้างความเชื่อมั่นการศึกษาเอกชน
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายนิติ นาชิต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการกช. ไม่ได้มุ่งเพียงขับเคลื่อนงานประจำให้สำเร็จ แต่ต้องการร่วมมือกับบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ทุกคนวาดภาพใหญ่ (Big Picture) ของการศึกษาเอกชนไทยขึ้นใหม่ โดยการศึกษาเอกชนต้องไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่ต้องเป็น กำลังหลักในการพัฒนาประเทศ พร้อมยกระดับผู้เรียน ครู สถานศึกษา ชุมชน และบุคลากรของ สช. ไปพร้อมกัน ภายใต้แนวคิดการบริหารองค์กรคุณภาพ

เลขาธิการกช. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนมีนโยบายสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1.มุ่งผลลัพธ์ คิดย้อนกลับ (Outcome-Driven & Backward Design) ปรับวิธีคิดจากเดิมเป็นต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรในผู้เรียนและสถานศึกษา กำหนดเป้าหมายปลายทาง ออกแบบกระบวนการ และวัดผลลัพธ์ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่า หากต้องการผลลัพธ์ใหม่ ต้องเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ , 2.One OPEC ‘ทำงานเป็นหนึ่งเดียวและบูรณาการข้ามภารกิจ’ สร้างความเป็นเอกภาพในการทำงาน ไม่แยกส่วน โดยบุคลากรมีความเชี่ยวชาญในงานของตน สามารถประสานพลังกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อน สช. ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
“3.ขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลและ AI (Data-Driven & AI Powered) ยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบาย และการแก้ไขปัญหาบนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และผ่านการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน โดยนำ Big Data และ AI มาใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรภาครัฐที่ทันสมัยและคล่องตัว , 4.ผนึกกำลังเครือข่าย สร้างความเชื่อมั่น และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ (Network, Trust & Accountability) ปรับบทบาทจากผู้กำกับดูแลเพียงอย่างเดียว สู่การเป็นทั้ง ผู้กำกับดูแล ผู้ส่งเสริม และผู้อำนวยความสะดวก เชื่อมโยงสถานศึกษา ภาคเอกชน ชุมชน และเครือข่ายต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา พร้อมส่งเสริมให้โรงเรียนเอกชนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการศึกษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครองและสังคมว่า โรงเรียนเอกชนนั้น ผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ” นายนิติ กล่าวต่อว่า

นายนิติ กล่าวต่อว่า 5.สื่อสารองค์กรเชิงรุก สร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม (Proactive Strategic Communication & Public Engagement) ยกระดับการสื่อสารจากการประชาสัมพันธ์ภารกิจประจำวัน สู่การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ โดยให้ สช. ทำหน้าที่เป็นนักเล่าเรื่อง ถ่ายทอดผลลัพธ์ ความสำเร็จ และนวัตกรรมของการศึกษาเอกชนให้สังคมรับรู้ พร้อมเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม การตรวจสอบ และการเป็นเครือข่ายร่วมพัฒนาการศึกษา
“งานของสช. คือ การสร้างและส่งเสริมระบบนิเวศที่เอื้อให้โรงเรียนเอกชนผลิตคนเก่งและคนดีออกสู่สังคม ซึ่งนโยบายทั้ง 5 ประการจะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้บริหารและบุคลากร สช. ทุกคน โดยร่วมกันเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เพื่ออนาคตของการศึกษาเอกชนไทย” นายนิติ กล่าว


