วิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ ม.เกริก บินจับมือรัฐกลันตัน มาเลเซีย ยกระดับการศึกษาสร้างหลักสูตร ป.ตรี
วิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเกริก นำโดย ดร.สราวุธ และซัน คณบดีวิทยาลัยฯ พร้อมคณะ เดินทางเยือนรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการศึกษา มุ่งพัฒนาหลักสูตรสองปริญญา ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา และศึกษาต้นแบบโรงเรียนนานาชาติอิสลามที่บูรณาการองค์ความรู้ทางศาสนาเข้ากับการพัฒนาทักษะด้านภาษาของเยาวชนไทย ควบคู่การต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมฮาลาลระหว่างประเทศไทยและรัฐกลันตัน
คณะผู้แทนประกอบด้วย อาจารย์กัษมารา เอี่ยมพัชรวุฒิ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายหลักสูตร อาจารย์พีรณัฐ บุญมาเลิศ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความร่วมมือระดับโลก และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาธุรกิจฮาลาลไทย นางสาวญาตาวีร์ ลาตีฟี เลขานุการวิทยาลัยฯ และคุณปรัชญาชัย และซัน ที่ปรึกษาวิทยาลัยฯ โดยการเยือนรัฐกลันตันในครั้งนี้เป็นโอกาสในการหารือแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษา ทั้งการพัฒนาหลักสูตรปริญญาร่วม การแลกเปลี่ยนนักศึกษา และการศึกษารูปแบบโรงเรียนนานาชาติอิสลามที่เน้นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับ ควบคู่กับการปลูกฝังความรู้ทางศาสนา เพื่อนำแนวคิดที่เหมาะสมมาปรับใช้กับบริบทของประเทศไทย รวมถึงการสร้างโอกาสความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมฮาลาลระหว่างประเทศไทยและรัฐกลันตันต่อไป
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 คณะผู้แทนเข้าพบและเยี่ยมคารวะสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู โดยได้รับการต้อนรับจาก นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ พร้อมด้วยร้อยโทหญิงกรรภิรมย์ วิชาธร รองกงสุลใหญ่ และนายปาณัท ทองพ่วง กงสุล ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของนักศึกษาไทย โดยเฉพาะนักศึกษาจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ได้รับทุนและศึกษาต่อในรัฐกลันตัน รวมถึงแนวทางจัดกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์นักศึกษาไทย–มาเลเซีย เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
การหารือยังครอบคลุมแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทย โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ประสบการณ์ของมาเลเซียด้านการบริหารจัดการ มาตรฐาน และการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนโอกาสเชื่อมความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ JAKIM และ SIRIM รวมถึงสถาบันการศึกษาในรัฐกลันตัน เช่น Universiti Malaysia Kelantan (UMK) และ KIAS เพื่อสำรวจช่องทางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากร และสนับสนุนศักยภาพสินค้าและบริการฮาลาลไทยในตลาดนานาชาติ
ต่อมา วันที่ 8 ตุลาคม 2569 คณะผู้แทนเดินทางเยือน Kolej Universiti Islam Antarabangsa Sultan Ismail Petra (KIAS) โดยมี Prof. Dr. Mazlan bin Ibrahim อธิการ KIAS พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ และมี Dr. Ahmad Syakir bin Mohd Nassuruddin ผู้อำนวยการศูนย์ฮาลาล KIAS (KIASHAC) ร่วมหารือ ประเด็นสำคัญคือการสำรวจความเป็นไปได้ในการพัฒนาหลักสูตรสองปริญญา (Double Degree) และโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา (Student Mobility) ในสาขาภาษาอาหรับ การเงินอิสลาม การจัดการฮาลาล และโลจิสติกส์
ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเนื้อหาหลักสูตร ผลลัพธ์การเรียนรู้ และแนวทางเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อวางพื้นฐานความร่วมมือทางวิชาการที่มีคุณภาพ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะภาษา เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมต่างประเทศ และเข้าใจธุรกิจอิสลามและอุตสาหกรรมฮาลาลผ่านประสบการณ์จริง คณะผู้แทนยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ของ KIAS ในการจัดการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์ เพื่อนำมาประกอบการศึกษาแนวทางความร่วมมือที่เหมาะสมระหว่างมหาวิทยาลัยเกริกและ KIAS
ในมิติด้านฮาลาล การหารือระหว่าง KIASHAC และศูนย์พัฒนาธุรกิจฮาลาลไทย มหาวิทยาลัยเกริก เปิดแนวทางต่อยอดสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรมบุคลากรและผู้ประกอบการ การวิจัยร่วม และกิจกรรมศึกษาดูงาน โดยมุ่งเชื่อมความรู้ทางวิชาการกับการดำเนินธุรกิจและการจัดการโลจิสติกส์ ความร่วมมือในด้านนี้จึงมีความสำคัญทั้งต่อการเตรียมผู้เรียนเข้าสู่ตลาดแรงงาน และการสร้างเครือข่ายที่สนับสนุนผู้ประกอบการฮาลาลของประเทศไทย และรัฐกลันตัน
อีกภารกิจสำคัญคือการเข้าพบ Yayasan Islam Kelantan (YIK) เพื่อศึกษาแนวทางบริหารเครือข่ายสถานศึกษา การพัฒนาหลักสูตร และการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา สืบเนื่องจากดำริของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกริกที่มอบหมายให้วิทยาลัยฯ ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง โรงเรียนนานาชาติอิสลามในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับ ควบคู่กับวิชาสามัญ หลักการอิสลาม และทักษะที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อและการดำเนินชีวิตในสังคมนานาชาติ
ประสบการณ์ของ YIK ในการดูแลและสนับสนุนเครือข่ายสถานศึกษาอิสลามเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับการออกแบบการศึกษาที่เชื่อมโยงความรู้ทางศาสนากับวิชาการสมัยใหม่ โดยวิทยาลัยฯ มุ่งศึกษาแนวปฏิบัติเพื่อนำมาวิเคราะห์และประยุกต์ใช้โมเดลให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งด้านคุณภาพหลักสูตร ทักษะภาษา และการรักษาอัตลักษณ์อิสลาม
คณะผู้แทนยังเข้าเยี่ยมชม Maahad Sains Tok Guru (MSTG) สถานศึกษาภายใต้การกำกับดูแลของ YIK ณ ปังกาลันเจปา เพื่อเรียนรู้รูปแบบการจัดการศึกษาที่บูรณาการการท่องจำอัลกุรอาน วิทยาศาสตร์ ภาษาอาหรับ ภาษาอังกฤษ และการศึกษาตำราศาสนาอิสลามเข้ากับวิชาสามัญ โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อแนวทางพัฒนานักเรียนให้ใช้ภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเข้าถึงทั้งองค์ความรู้ทางศาสนาและความรู้สากล ประสบการณ์จากโรงเรียนแห่งนี้จะเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาแนวทางพัฒนาโรงเรียนนานาชาติอิสลามตามดำริของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกริก
ด้านการเชื่อมโยงการศึกษากับเศรษฐกิจ คณะผู้แทนได้รับการต้อนรับจาก Dato’ Sr. Haji Zamri bin Haji Ismail, Group Chief Executive Officer ของ Kelantan State Economic Development Corporation (PKINK) ซึ่งให้เกียรติเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศไทยกับรัฐกลันตัน การพบปะครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจได้เชื่อมมุมมองทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์การดำเนินงานจริง
ประเด็นที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ Islamic Gold Pawning หรือ Ar-Rahnu ระบบรับจำนำทองคำตามหลักชะรีอะฮ์ โดยมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดในการศึกษารูปแบบธุรกิจจากมาเลเซีย เพื่อนำมาพิจารณาความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งทุนตามหลักการเงินอิสลาม นอกจากนี้ ยังได้หารือโอกาสเชื่อมเครือข่ายระหว่าง PKINK กับศูนย์พัฒนาธุรกิจฮาลาลไทย มหาวิทยาลัยเกริก เพื่อแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และสำรวจโอกาสทางธุรกิจฮาลาลระหว่างสองประเทศ
นอกเหนือจากการหารือเชิงวิชาการและเศรษฐกิจ คณะผู้แทนยังได้เรียนรู้รากฐานการศึกษาและวัฒนธรรมอิสลามของรัฐกลันตัน ผ่านการเยือนปอเนาะ Pasir Tumboh การเยี่ยมชมมัสยิด Kampung Laut โดยได้รับการนำชมจาก KIAS และการเยี่ยมเยียนสุสาน Tok Kenali เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของปราชญ์มุสลิมด้านการศึกษา กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเปิดมุมมองต่อความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ภูมิปัญญา และชุมชน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม
การเยือนรัฐกลันตันครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยมุ่งต่อยอดความสัมพันธ์สู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักศึกษาไทย การพัฒนาหลักสูตรสองปริญญาและการแลกเปลี่ยนนักศึกษา การศึกษาแนวทางพัฒนาโรงเรียนนานาชาติอิสลามที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของเยาวชน ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์ความรู้และเครือข่ายด้านฮาลาลสู่ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกริก โดยวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ มุ่งนำโอกาสจากการเยือนครั้งนี้มาต่อยอดเป็นความร่วมมือที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาคน และเศรษฐกิจฮาลาล เพื่อวางรากฐานความสัมพันธ์ไทย–มาเลเซียให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน




