ปลัดศธ.ลุยยกเครื่องการศึกษา แก้5โจทย์ใหญ่-พัฒนาสู่สากล เพิ่มทักษะครู ปั้นนร.คุณภาพ

17.10.26 | 06:00 น.

ปลัดศธ.ลุยยกเครื่องการศึกษา แก้5โจทย์ใหญ่-พัฒนาสู่สากล เพิ่มทักษะครู-รื้องบฯอุดหนุน ปั้นนร.คุณภาพ-เครดิตแบงก์ 28ตค.มติชนจัดสัมมนาใหญ่ ประเสริฐนำพลิกโฉมอนาคต

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศธ. อยู่ระหว่างเร่งวางโครงสร้างระบบการศึกษาทั้งระบบ โดยมีโจทย์สำคัญ 5 ด้านที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน ได้แก่ การวางแผนกำลังคน การปฏิรูประบบการเงินและงบประมาณ การเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่โลกการทำงาน การพัฒนาเด็กปฐมวัย และการยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาในระยะยาว


โจทย์แรก คือ การวางแผนกำลังคน (Manpower System) เนื่องจาก ศธ.เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการและบุคลากรมากที่สุดของประเทศ จึงต้องจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรระยะ 5 ปี ควบคู่กับการยกระดับทักษะครูและบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต โดยต้องวิเคราะห์จำนวนโรงเรียนให้เหมาะสมกับอัตราการเกิดของเด็ก รวมถึงวางแผนกระจายครูให้สอดคล้องกับจำนวนผู้เรียนในแต่ละระดับ

โจทย์ที่ 2 คือ การปฏิรูประบบการเงินและงบประมาณ (Financial System) โดยเฉพาะการปรับสูตรจัดสรรงบประมาณและเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาสทางการศึกษา

โจทย์ที่ 3 การเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่โลกการทำงาน โดยสนับสนุนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะสมผลการเรียนรู้และทักษะจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะในห้องเรียน โดยเฉพาะเด็กที่มีความสามารถเฉพาะทาง (Talent) สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ต้องยึดติดกับระบบการศึกษาแบบเดิม และต่อยอดทักษะสู่การทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Advertisement

โจทย์ที่ 4 คือ การพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว โดยศธจะผลักดันให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ โดยบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงหลักที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้การพัฒนาเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ

โจทย์ที่ 5 ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล โดยร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ทั้ง World Economic Forum (WEF), UNESCO, UNICEF และ OECD ซึ่งหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อศึกษาและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้เทียบเคียงนานาชาติ นอกจากนี้ไทยจะร่วมกับ UNESCO เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Global Education Meeting (GEM) ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายน 2570 ที่กรุงเทพฯ มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการยกระดับการศึกษาและการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

“สำนักงานปลัด ศธ.จะปรับบทบาทจากการทำงานตามภารกิจของหน่วยงาน มาเป็นกลไกประสานและอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานในสังกัดขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยเน้นการกำหนดทิศทางและบูรณาการความร่วมมือ ที่ผ่านมาได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เพื่อประสานการทำงานร่วมกัน รวมทั้งเตรียมจัดเวิร์กช็อปร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ 77 จังหวัด ระหว่างวันที่ 25-26 ตุลาคมนี้ รวมถึงศึกษาธิการภาคและผู้ตรวจราชการ ศธ. เพื่อทบทวนบทบาทการขับเคลื่อนการศึกษาในระดับพื้นที่ พร้อมเร่งพัฒนาข้าราชการรุ่นใหม่และผู้บริหารระดับต้นถึงระดับกลางให้มีศักยภาพ กล้าคิดนอกกรอบ และสามารถทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นได้” นายประวิต กล่าวและว่า

ภารกิจเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายจาก รมว.ศธ. คือ การฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนโครงการเพื่อเสนอขอรับงบกลาง นำไปเยียวยาโรงเรียนให้กลับมาจัดการเรียนการสอนได้โดยเร็ว นอกจากนี้ยังมีร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งรมว.ศธ.ลงนามเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการปรับทิศทางการศึกษาไทยให้มุ่งเน้นผู้เรียนและผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้ทุกหน่วยงานต้องทบทวนทั้งหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การจัดสรรงบประมาณ และการใช้เทคโนโลยี

นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการมติชน เปิดเผยว่า กองบรรณาธิการมติชนจะจัดงานสัมมนา Matichon forum 2026 Thailand Education Next for All: พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย ในวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 08.30-12.15น. ที่ห้องอินฟินิตี้ 1 – 2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระดมข้อเสนอในการร่วมกันกำหนดทิศทางและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในอนาคต ซึ่งมีร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand Education Next for All : พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย” นำเสนอวิสัยทัศน์ นโยบาย และทิศทางการขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทย, นายประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษหัวข้อ “27 ปี สู่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่” ถ่ายทอดพัฒนาการและสาระสำคัญของร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ และนายวุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมบรรยายหัวข้อ “ลดช่องว่าง สร้างโอกาส ปั้นทุนมนุษย์”

ในเวลา 10.35น. มีเวทีเสวนา “จากกฎหมายสู่ห้องเรียน ยกระดับการเรียนรู้” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโดย ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายร่มเกล้า ช้างน้อย หรือ ครูกั๊ก โรงเรียนเทพศาลาประชาสรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ผู้ก่อตั้งเพจครูขอสอน และนายณพงศธร ทรงสวัสดิ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนดรุณสิกขาลัย เพื่อสะท้อนมุมมองจากภาควิชาการ โรงเรียน ครู และนักเรียน

และ เวทีเสวนา “รวมพลังการเมือง ปลดล็อกการศึกษาไทย” โดยผู้แทนจากหลายพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายพีรวิชญ์ ขันติศุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อขับเคลื่อนและผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

“งานสัมมนาครั้งนี้มุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการเมือง นักวิชาการ ครู และนักเรียน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการศึกษาไทยที่ตอบโจทย์อนาคต ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างยั่งยืน” นายนฤตย์ กล่าว