‘ธนู’ เร่งสอบปมซัมเมอร์จีนทิพย์ เร่งสรุปผลสัปดาห์นี้ หลังพบจนท.สพฐ. เอี่ยวจริง เล็งฟันวินัย-อาญา

18.10.26 | 16:14 น.

‘ธนู’ เร่งสอบปมซัมเมอร์จีนทิพย์ เร่งสรุปผลสัปดาห์นี้ หลัง พบ จนท.สพฐ. เอี่ยวจริง เล็งฟันวินัย-อาญา

จากกรณีกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครองจาก 11 โรงเรียน รวมกว่า 62 คน ถูกหลอกให้เข้าร่วมโครงการซัมเมอร์เรียนต่อประเทศจีน แต่กลับไม่ได้เดินทางตามกำหนด หลังถูกขบวนการหลอกลวงเชิดเงินหนี โดยแอบอ้างเป็นข้าราชการระดับดอกเตอร์และคณะทำงานจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความเสียหายหลายล้านบาท จนทำให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งการให้ สพฐ. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว โดยมอบหมายให้นายสรรค์ชัย ชูเมือง นิติกรเชี่ยวชาญ สำนักนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและรอบด้าน พร้อมเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ


นายธนู กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ทำหน้าที่ประสานงานโครงการเป็นเจ้าหน้าที่สังกัด สพฐ. ระดับชำนาญการพิเศษ โดยขณะนี้พบข้อมูลเบื้องต้นเพียง 1 ราย แต่ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีบุคลากรรายอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่

“ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งความ เนื่องจากต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายละเอียดของโครงการให้ชัดเจนก่อน รวมถึงพิจารณาว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดใดบ้าง สำหรับค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณคนละ 39,900 บาท คณะกรรมการต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้ในเรื่องใด รวมถึงการติดเงินคือให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง” นายธนู กล่าว

นายธนู กล่าวต่อว่า โครงการลักษณะนี้มีเจตนาที่ดี เพราะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เปิดโลกทัศน์และเรียนรู้ประสบการณ์ในต่างประเทศ แต่ปัญหาอาจเกิดจากการประสานงานและการควบคุมดูแลที่ไม่รัดกุม จึงกำชับผู้บริหารโรงเรียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และผู้เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ความเป็นไปได้ และเงื่อนไขของโครงการก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

Advertisement

“แม้ผู้ปกครองจะสมัครใจส่งบุตรหลานไปเปิดโลกกว้าง แต่โรงเรียนและหน่วยงานต้นสังกัดต้องช่วยกำกับดูแลและตรวจสอบความโปร่งใสอย่างใกล้ชิด การตั้งคณะกรรมการสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้ตั้งธงเอาผิดใครล่วงหน้า แต่ต้องรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีละเว้น” นายธนู กล่าว

นายธนู กล่าวต่อว่า สพฐ. จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปผลการสอบสวนภายในสัปดาห์นี้ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและหาแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป