นายพิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)และ การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษากรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ซึ่งมีตนเป็นประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้หารือกรณีที่สกสค. เสนอ ขอกู้เงินจากกองทุนเงินสนับสนุนฯ เพื่อนำมาใช้หนี้พนักงานและเจ้าหน้าที่องค์การค้าของสกสค.ตามคำสั่งศาล ที่ให้องค์การค้าของ สกสค. จ่ายเงินค้างจ่ายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่พนักงานองค์การค้าฯ 2,441 คน เป็นเงินรวมดอกเบี้ยแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นอย่างหลายหลาย และยังมีความกังวลว่า สกสค.จะมีความสามารถในการชำระหนี้คืน ดังนั้นคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนฯ จึงให้สกสค. ไปจัดทำรายละเอียด รายได้ วิธีการเพิ่มรายได้และการลดรายจ่ายขององค์การค้าฯ และนำกลับมาให้คณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนฯ พิจารณาอีกครั้ง
“ที่ประชุมห่วงว่า องค์การค้าฯ จะไม่เงินคืนหรือไม่ จึงให้ไปจัดทำรายละเอียดมาใหม่ เพื่อให้ความมั่นใจว่า สกสค.จะสามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ ขณะเดียวกับ องค์การค้าฯ ก็ยังมีหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระคืนกับทางกองทุนเงินสนับสนุนฯ อีก 500 ล้านบาท ซึ่งนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ได้กู้เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ดังนั้นหากจะขอกู้เพิ่มอีก ทางบอร์ดกองทุนเงินสนับสนุนฯ จึงต้องการความมั่นใจ เพราะเป็นเงินจำนวนมาก โดยนอกจากกู้เพื่อชำระหนี้ให้พนักงานองค์การค้าฯ 1,200 ล้านบาทแล้ว สกสค.ยังขอกู้เพิ่มอีก 300 ล้านบาท เพื่อใช้หนี้ค่ากระดาษ ซึ่งองค์การค้าฯ ค้างจ่ายมานาน ซึ่งหากปลดหนี้ตรงนี้ได้ ทำให้องค์การค้าฯมีสภาพคล่องมากขึ้น ”นายพิษณุกล่าว
ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกองทุนเงินสนับสนุนฯ มีเงินหมุนเวียนอยู่ประมาณ 5,000 ล้านบาท จากยอดเงินทั้งหมดที่ต้องมีกว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งสกสค. นำไปซื้อตั๋วสัญญาเงินกู้กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกั 2,500 ล้านบาท ซื้อหุ้น จากบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกันเพื่อร่วมลงทุน ในโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน บ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย จำนวน 800 ล้านบาท และเงินช่วยเหลือครูในจังหวัดภาคใต้อีก 60 ล้านบาท ดังนั้นสกสค. จึงเร่งดำเนินการขอให้ธนาคารออมสิน คืนเงินที่ได้หักไปจากบัญชี เงินสนับสนุนหนี้ค้างชำระของผู้กู้ช.พ.ค.และช.พ.ส. ที่ค้างชำระ 3 งวด ประมาณ 10,468 ล้านบาท คืนมา เพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตครูตามวัตถุประสงค์กองทุน ไม่ใช่นำมาใช้หนี้แทนคนที่ไม่มีวินัยทางการเงินและเบี้ยวหนี้

