ประเสริฐ พบ 2 ขรก.สพฐ.เอี่ยว ‘ทัศนศึกษาจีนทิพย์’ ใช้บัญชีคนนอกหลอกโอนเงิน ขีดเส้น7วัน เอาผิดถึงที่สุด

20.10.26 | 10:42 น.

ประเสริฐ เผย สพฐ.ตั้งคกก.สอบข้อเท็จจริงปม “ทัศนศึกษาจีนทิพย์” พบเป็นถึงขรก.ชำนาญการพิเศษ ใช้บัญชีคนนอกหลอกโอนเงิน เสียหายกว่า 2.4 ล้าน ขีดเส้น 7 วันเอาผิดถึงที่สุด

 

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี มีบุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หลอกลวงจัดโครงการทัศนศึกษาต่างประเทศ ว่า พบผู้เสียหายเป็นนักเรียนทั้งหมด 62 คน คุณครูผู้ดูแล 8 คน และมีโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง 11 โรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งข้อเท็จจริงขณะนี้ สพฐ. ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วตั้งแต่หลังจากทราบข่าว โดยกำหนดตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้ พร้อมทั้งได้เรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาให้การ


อ่านข่าว – ‘ประเสริฐ’ ลั่นไม่ยืดเยื้อ ขีดเส้น สพฐ. 5 วัน สอบ ‘ดร.’ ซี8 ปมตุ๋นซัมเมอร์จีน เล็งฟันวินัย-อาญา

นายประเสริฐ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษในสพฐ. และเป็นผู้กระทำผิดจริง หลังจากนี้จะเชิญโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองและผู้เสียหาย มาให้ข้อมูล ว่าเรื่องราวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นมีใครได้รับความเสียหายบ้าง เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่

นายประเสริฐ กล่าวว่า โดยลักษณะการกระทำความผิดเป็นการหลอกให้ไปทัศนศึกษา ที่มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 15-26 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหายได้เดินทางไปถึงสนามบินแล้ว แต่กลับไม่มีการพานักเรียนไปทัศนศึกษาตามโครงการดังกล่าว ถือเป็นการหลอกลวงตั้งแต่ต้น ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงฯ

Advertisement

เมื่อถามว่า มีข้าราชการใน สพฐ.เกี่ยวข้องทั้งหมดกี่คน นายประเสริฐ กล่าวว่า เบื้องต้นพบ 1-2 คน และผู้ที่ถูกกล่าวหาก็เคยมีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาแล้วในอดีต ก่อนจะเงียบไปหลายปีและกลับมาเรื่องนี้เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหายได้โอนเงิน ค่าทัศนศึกษาผ่านบัญชีของอีกบุคคลหนึ่ง แต่ไม่ใช่ข้าราชการในสพฐ. โดยได้มีการตรวจสอบเส้นเงินแล้ว ยืนยันเป็นบัญชีของบุคคลภายนอก

เมื่อถามว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จ หากข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนก็จะลงโทษให้ถึงที่สุด สำหรับมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 62 คน ที่มีการเรียกเก็บเงินคนละประมาณ 40,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 2.4 ล้านบาท

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ตนได้สั่งการให้ เขตพื้นที่การศึกษาได้ติดตามการดำเนินการในลักษณะที่เข้าข่ายเช่นนี้อย่างใกล้ชิด และให้นโยบายว่า ในโรงเรียนต่างๆ มีครูหรือบุคคลใด เช่นที่จัดกิจกรรมเช่นนี้โดยที่โรงเรียนไม่ทราบ หรือสพฐ.ไม่ทราบ พร้อมย้ำว่าให้ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว พร้อมเร่งเยียวยาผู้เสียหาย โดยจะติดตามเงินที่ถูกหลอกลวงไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินก้อนดังกล่าวนี้ยังคงมีอยู่หรือไม่ ไม่เกินวันศุกร์นี้คาดว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการจัดโครงการจัดการเรียนการสอนทัศนศึกษาต่างประเทศ “เปิดโลกทัศน์ สู่อนาคต” (Abroad Field Trip) ณ มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง เมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 15–26 ตุลาคม 2569 รวม 12 วัน โดยมีโรงเรียนเข้าร่วม 11 โรงเรียน มีนักเรียน 62 คน และครูผู้ดูแล 8 คน ดังนี้

1. โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี
2. โรงเรียนวัดนายโรง กรุงเทพมหานคร
3. โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จังหวัดชลบุรี
4. โรงเรียนดัดดรุณี จังหวัดฉะเชิงเทรา
5. โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย กรุงเทพมหานคร
6. โรงเรียนสายปัญญา กรุงเทพมหานคร
7. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
8. โรงเรียนพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี
9. โรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
10. โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
11. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อถึงกำหนดเดินทาง ปรากฏว่าไม่มีการนำนักเรียนไปทัศนศึกษาตามโครงการ ส่งผลให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับความเสียหาย ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เร่งดำเนินการ ดังนี้

1. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
สพฐ. มีคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ 2772/2569 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 3 คน กำหนดกรอบเวลาเร่งรัดภายใน 7 วัน โดยมีนายสรรค์ชัย ชูเมือง นิติกรเชี่ยวชาญ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานคณะกรรมการ

ขณะนี้คณะกรรมการเริ่มรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น แผ่นประชาสัมพันธ์และหลักฐานการโอนเงิน รวมทั้งเชิญครู ผู้ปกครอง และนักเรียนมาให้ข้อมูล เบื้องต้นปรากฏข้อมูลว่ามีข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษในสังกัด สพฐ. เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมครั้งนี้จริง แต่เป็นการดำเนินการในลักษณะส่วนตัว ไม่ได้รับมอบหมายจาก สพฐ. หรือผู้บริหารแต่อย่างใด ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ คณะกรรมการอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของนายฐนปวรรธน์ แตงอ่อน ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกสังกัด สพฐ. โดยมีข้อมูลว่าเป็นผู้รวบรวมเงินจากผู้ปกครองหรือโรงเรียนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม และเงินดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ปกครองหรือนักเรียนตามที่ปรากฏเป็นข่าว ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบเช่นกัน

2. รับฟังข้อมูลจากโรงเรียนและผู้ปกครอง
สพฐ. กำหนดรับฟังข้อเท็จจริงจากโรงเรียนและผู้ปกครองที่เกี่ยวข้อง โดยเชิญมาให้ข้อมูล ณ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 พร้อมหารือแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับความเป็นธรรม

3. ติดตามผลกระทบเป็นรายกรณี
สพฐ. กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนที่เกี่ยวข้องให้กำกับ ดูแล และติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ผู้ปกครอง และครูที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี

กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับกรณีนี้และจะติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด หากพบผู้กระทำความผิด จะดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงติดตามการชดใช้ค่าเสียหายตามสิทธิและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะลาออกจากราชการหรือไม่ก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการจะยืนเคียงข้างผู้เสียหายในการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และจะกำหนดมาตรการป้องกันที่รัดกุม โดยโครงการลักษณะดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบระหว่างหน่วยงานโดยผู้มีอำนาจ

ขอฝากถึงโรงเรียนและผู้ปกครองให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการโดยตรงกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการจริง และไม่ใช่การแอบอ้างโดยเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง