‘ยศชนัน’ ผนึก 10 กระทรวง ดัน 3 โปรเจกต์ อัพสกิลคนไทยรับงานรายได้สูง-ดันราคาพืชผล-ดีเดย์เซ็นเซอร์สกัดไฟป่า ก.พ. นี้
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (อววน.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมีรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนงานระดับชาติ ปักธงวิสัยทัศน์ใหญ่ “Thailand² : Nation of Master” ขับเคลื่อนผ่าน 3 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ได้แก่ Siam Silica, Siam Medica และ Siam Terra มุ่งสร้างงานทักษะรายได้สูง เพิ่มมูลค่าสินค้าให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย พร้อมนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาดูแลสุขภาพและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างไฟป่าและฝุ่นควัน เพื่อเปลี่ยนไทยจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ให้กลายเป็น “ผู้ผลิตและสร้างสรรค์นวัตกรรม” นำพาประชาชนและประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า 3 ยุทธศาสตร์หลัก ภายใต้ร่ม Thailand²: Nation of Master 1.Siam Silica ปักหมุดไทยในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์โลก เน้นการพัฒนา 4 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ได้แก่ 1.โฟโตนิกส์ (Photonics) เทคโนโลยีชิปแสงและเลเซอร์เพิ่มความเร็วส่งข้อมูล 2.สารกึ่งตัวนำกำลังสูง (Power Devices) ชิปจัดการพลังงานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบไฟขนาดใหญ่ 3.การออกแบบวงจรรวม (IC Design) การออกแบบพิมพ์เขียวสมองกลและชิปประมวลผล และ4.การบรรจุหีบห่อขั้นสูง (Advanced Packaging) เทคโนโลยีประกอบชิปขนาดเล็กเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2573 ในการปั้นสตาร์ทอัพด้านออกแบบชิป (IC Design) ของไทยและต่างชาติ พร้อมดึงบริษัทข้ามชาติมาเปิดศูนย์ออกแบบในไทย รวม 8 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี และดึงดูดเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI)
“2.Siam Medica ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสมูลค่าสูง เชื่อมโยงเศรษฐกิจสุขภาพครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำที่เป็นวัตถุดิบสมุนไพรและพืชท้องถิ่นไทย สู่กลางน้ำด้วยเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ (SynBio) การผลิตทางชีวภาพ (Biomanufacturing) ผลิตภัณฑ์การรักษาขั้นสูง (ATMPs) และเครื่องมือแพทย์ จนถึงปลายน้ำ ได้แก่ การแพทย์แม่นยำเจาะจงรายบุคคล (Precision Medicine) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ (Wellness Estate) โดยมีกลไกเร่งด่วนคือการปลดล็อกข้อจำกัดด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพดิจิทัล (Data Informatics) พร้อมผลักดันสิทธิประโยชน์จาก BOI เพื่อดึงดูดนักลงทุน และ3.Siam Terra พลิกเกษตรไทยสู่อาหารแห่งอนาคตและชีวภาพมูลค่าสูง เน้นสร้างขีดความสามารถใหม่ใน 4 ด้าน ได้แก่ เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture), ไบโอเทคแม่นยำ (Precision Biotech), อาหารอนาคตมูลค่าสูง (High-Value Future Food) และการผลิตชีวภาพพร้อมขับเคลื่อนหมุดหมายสำคัญ ทั้งการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรและ PPP Sandbox (พื้นที่ทดลองความร่วมมือรัฐ-เอกชน) เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนและระบบน้ำ การจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ One-Stop National GEd Office เร่งรัดการปรับแต่งพันธุกรรมพืชและปรับปรุงสายพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีแม่นยำ การพัฒนาระบบ Fast-track เร่งรัดการอนุมัติและขึ้นทะเบียนการกล่าวอ้างสรรพคุณทางสุขภาพ (Health Claims) สำหรับอาหารอนาคตและสมุนไพร ตลอดจนการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนสัตว์ระดับอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพสัตว์ของอาเซียน (ASEAN Hub)” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า การประชุมสภานโยบาย อววน. ในครั้งนี้คือ การวางรากฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยระยะยาวในเชิงลึกผ่านทั้ง 3 เสาหลัก โดย Siam Silica จะมุ่งเน้นการผลิตกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ (Consumer Electronics) Siam Medica จะนำกลไกด้านสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Wellness) และกระบวนการแพทย์เชิงลึกมาต่อยอดทั้งภาคบริการและการผลิตทางการแพทย์มูลค่าสูงซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ และ Siam Terra จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจการเกษตรของไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น

“ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการผลักดันทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ให้สำเร็จคือ การปฏิรูปการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อพัฒนาและยกระดับทักษะ (Upskill/Reskill) ของคนไทยให้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการนำงานวิจัยขั้นสูง (Frontier Research) เข้ามาเป็นฐานรากในการขับเคลื่อน นอกจากยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ด้านแล้ว ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการปลดล็อกกลไกสำคัญอีกหลายประเด็น เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ได้แก่ 1.การสังคายนาระบบบัญชีนวัตกรรมไทย เร่งรัดกระบวนการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมให้มีความรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างและการใช้งานจริงของหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ , 2.การรวมกลุ่มจัดตั้ง Consortium Holding Company – ยกระดับการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง ของมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน สู่รูปแบบกลุ่มกิจการร่วมค้า เพื่อเปิดทางให้หลากหลายมหาวิทยาลัยสามารถนำผลงานวิจัยมาร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพร่วมกันได้ โดยจะทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการเชื่อมโยงการลงทุนร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และโครงการ NIA Venture ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อเร็วๆ นี้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า 3.การวางมาตรฐานเศรษฐกิจควอนตัม (Quantum Economy) ขับเคลื่อนคณะกรรมการเศรษฐกิจควอนตัมเพื่อรองรับความร่วมมือกับนานาชาติ โดยประเทศไทยจะมุ่งเน้นการกำหนดมาตรฐานด้านออปติกควอนตัม (Optic Quantum) ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดและสอดรับโดยตรงกับการพัฒนาชิปโฟโตนิกส์ ภายใต้แผนงาน Siam Silica , 4.ไฟเขียว 2 โครงการเรือธง ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Frontier Technology) บรรจุเข้าในแผนงานของ อววน. เพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาจริงของประเทศ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาเครื่องตรวจจับความร้อนและเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อเฝ้าระวังไฟป่า ซึ่งวิจัยและพัฒนาขึ้นเองทั้งหมดโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร. หรือ NARIT) ควบคู่กับการติดตั้งเครื่องปอดฝุ่น โดยปัจจุบันเริ่มดำเนินการติดตั้งแล้วและจะนำมาใช้งานอย่างจริงจังในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้สามารถตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) และรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าได้อย่างรวดเร็ว และ2.โครงการอาร์ทีมีส (Artemis) ร่วมกับองค์การนาซา (NASA) ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติแนวทางให้นำ 3 โครงการวิจัยของประเทศไทยเข้าร่วมในภารกิจสำรวจอวกาศระดับโลก และ5.แผนการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ – เห็นชอบแผนการนำปัญญาประดิษฐ์ มาใช้เป็นตัวเร่งสำคัญ (Enabler) ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) เป็นแกนหลักในการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ
“ในภาพรวมที่ประชุมได้อนุมัติหลักการของกรอบนโยบายสำคัญครบทั้ง 3 ส่วน คือ กรอบนโยบาย อววน., ร่างกรอบนโยบายของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และกรอบนโยบายของคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เพื่อหลอมรวมทิศทางการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว และทำให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพชัดเจนว่า กรอบนโยบายนี้คือภารกิจที่ทั้ง 10 กระทรวงภายใต้สภานโยบาย อววน. จะต้องบูรณาการความร่วมมือและขับเคลื่อนไปด้วยกัน” ศ. ดร.ยศชนัน กล่าว




