จุฬาฯ ช่วยสานฝันสู่นักวิจัย มอบทุนให้เปล่า ‘พยาบาลสาว’ ภรรยาทหารเสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

30.10.26 | 13:22 น.

ทุนจุฬาฯ สานฝัน ตะวันฉาย ลินลา พยาบาลวิชาชีพจากสุรินทร์ ให้โอกาสทางการศึกษาบนเส้นทางที่เปลี่ยนผ่านของชีวิต

ตะวันฉาย ลินลา พยาบาลวิชาชีพประจำหอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลสุรินทร์ ภรรยาของ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุข แห่งกองพันทหารราบที่ 3 ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ชายแดนไทย–กัมพูชา ได้รับทุนศึกษาต่อปริญญาโทที่คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ภายใต้ทุนการศึกษาแบบให้เปล่า ตามนโยบายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาของ คู่สมรสหรือบุตรของทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งจุฬาฯ มอบทุนให้เป็นครั้งแรก โดยทุนดังกล่าวครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา รวมถึงค่าวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาช่วยให้ผู้รับทุนสามารถเดินหน้าตามความฝันได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงินเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ตะวันฉายเล่าว่า เดิมทีมีความตั้งใจอยู่แล้วที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาโท เพราะอยากพัฒนาตนเองจากการทำงานในสายปฏิบัติการไปสู่การเป็นอาจารย์ด้านการพยาบาลจิตเวช หรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและการพัฒนางานด้านสุขภาพจิตในอนาคต การได้รับทุนจากจุฬาฯ ในคณะพยาบาลศาสตร์จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนให้ได้ศึกษาต่อ แต่เป็นการเปิดประตูไปสู่เส้นทางชีวิตที่เธอเคยวางไว้ ทำให้ความฝันนั้นเกิดขึ้นจริง
แม้ในช่วงแรกจะกังวลกับการเรียนระดับปริญญาโท โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานควบคู่กับการเรียน แต่เมื่อได้เข้ามาเป็นนิสิตจุฬาฯ กลับพบว่าบรรยากาศการเรียนรู้เอื้อให้สามารถพัฒนาตนเองได้ ทั้งจากการเรียนกับคณาจารย์และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมชั้นที่มีพื้นฐานการทำงานหลากหลาย รูปแบบการเรียนทั้งออนไซต์ และออนไลน์ ช่วยให้ตนที่ต้องทำงานประจำสามารถจัดสรรเวลาและเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง
ตะวันฉายเล่าถึงความประทับใจในจุฬาฯ ว่า นอกจากจะให้ทุนการศึกษาแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนที่รอบด้าน ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก อาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ตลอดจนการประสานกับหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อช่วยให้เธอสามารถจัดสรรวันทำงานและวันเรียนได้อย่างเหมาะสม


“จุฬาฯ คือแหล่งสนับสนุนหลักที่ช่วยประคับประคองทั้งเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ การก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจุฬาฯ ยังทำให้ได้สัมผัสความอบอุ่นของความเป็นพี่น้องจุฬาฯ ซึ่งสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอย่างลึกซึ้ง จากคนที่ต้องย้ายมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และเรียนในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก อาจารย์ รุ่นพี่ และนิสิตเก่าได้ให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้มั่นใจในการเรียนและความภาคภูมิใจที่ได้เป็นนิสิตจุฬาฯ” ตะวันฉายกล่าว

หลังผ่านการฝึกปฏิบัติและการเรียนตามหลักสูตรแล้ว ปัจจุบันตะวันฉายมุ่งมั่นกับการทำวิทยานิพนธ์ให้สำเร็จ เธอตั้งเป้าหมายว่าจะสำเร็จการศึกษาให้ได้ภายใน 2 ปี การที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ผู้ดูแลคอยให้คำแนะนำในด้านต่าง ๆ ทำให้สิ่งที่เคยมองว่ายากเริ่มมองเห็นทางเดินชัดเจนขึ้น ที่สำคัญความรู้จากคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ไม่ต้องรอให้ถึงวันสำเร็จการศึกษาจึงนำไปใช้ แต่มันเกิดผลกับการทำงานของเธอแล้วในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการพูดคุยและการบำบัดผู้ป่วย การประเมินและคัดกรองผู้ป่วยจิตเวช ตลอดจนการทำงานในหอผู้ป่วยและห้องตรวจผู้ป่วยนอก ความรู้และประสบการณ์จากการเรียนทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น สามารถประเมินผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น และนำองค์ความรู้ไปใช้เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยได้โดยตรง

“สิ่งที่ได้รับจากจุฬาฯ มีค่ามากกว่ามูลค่าทุนการศึกษา แต่เป็นโอกาสที่ประเมินค่าไม่ได้เลย เพราะในช่วงเวลาที่ชีวิตยังหาทิศทางไม่พบ การศึกษาได้กลายเป็นหลักสำคัญที่ช่วยให้กลับมามองเห็นเป้าหมายอีกครั้ง คำแนะนำจากคณบดี คณาจารย์ และอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่เพียงผลักดันด้านวิชาการ แต่ยังช่วยประคับประคองให้กลับมาเดินตามเส้นทางของตนเองอย่างมั่นคง พร้อมเปลี่ยนความสูญเสียและความยากลำบากให้เป็นแรงผลักดันในการสร้างอนาคต” ตะวันฉายกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

Advertisement

ทุนการศึกษาแบบให้เปล่าครั้งแรกนี้สะท้อนอีกมิติหนึ่งของบทบาทจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มหาวิทยาลัยมอบให้นิสิตซึ่งไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้รับทุนเพียงคนเดียว แต่ถูกส่งต่อผ่านความรู้ ความเชี่ยวชาญ และการทำงานในการดูแลผู้ป่วย เสริมความตั้งใจแก่ผู้เรียนที่จะเติบโตไปเป็นอาจารย์ นักวิชาการ หรือบุคลากรที่ช่วยพัฒนางานด้านสุขภาพจิตของประเทศในอนาคต ซึ่งเป็นคุณค่าของการศึกษาที่มีความหมายมากกว่าการได้รับปริญญา

เมื่อมหาวิทยาลัยยื่นโอกาสให้ใครคนหนึ่งในวันที่เขาต้องการที่ยึดเหนี่ยวที่สุด โอกาสนั้นอาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิต และวันหนึ่งอาจถูกส่งต่อไปสร้างคุณค่าให้กับผู้คนอีกนับไม่ถ้วน ตะวันฉาย ยืนยันว่าจะใช้โอกาสที่ได้รับในครั้งนี้ให้ดีที่สุด และนำองค์ความรู้จากจุฬาฯ ไปสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วย ชุมชน และสังคมในวันข้างหน้า

รศ.ดร.เพ็ญพักตร์ อุทิศ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ที่ปรึกษาหลักของตะวันฉาย ลินลา เปิดเผยว่า ได้ติดตามความก้าวหน้าและดูแลนิสิตอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการเรียน โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ต้องเผชิญความสูญเสียในชีวิต คณาจารย์ในคณะจึงพยายามประคับประคอง พูดคุย และช่วยให้เธอยึดเป้าหมายทางการศึกษาเป็นหลักในการเดินหน้าต่อ จนสามารถปรับตัวและผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้
ปัจจุบันตะวันฉายผ่านการเรียนในรายวิชาต่าง ๆ และการพัฒนาโครงร่างวิทยานิพนธ์ โดยคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ มีระบบสนับสนุนให้นิสิตสามารถเดินหน้ากระบวนการทำวิทยานิพนธ์อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อมุ่งสู่การสำเร็จการศึกษาตามแผน สำหรับนิสิตที่ต้องเรียนควบคู่กับการทำงาน การสำเร็จการศึกษาภายใน 2 ปีอาจมีความท้าทายมากกว่านิสิตที่สามารถลาศึกษาเต็มเวลา เพราะการทำวิทยานิพนธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งกระบวนการวิจัย การพิจารณาจริยธรรม และเงื่อนไขด้านเวลา สิ่งสำคัญคือการทำให้ดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลามากกว่าการมุ่งเน้นที่กรอบเวลาเพียงอย่างเดียว

“ตะวันฉายมีความพยายามและตั้งใจจริง แม้ต้องรับภาระทั้งเรื่องงานและการเรียนพร้อมกัน แต่เธอก็ยังคงเดินหน้าตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับฟังคำแนะนำและพัฒนาตนเองมาโดยตลอด แสดงให้เห็นว่าทุนการศึกษาจาก จุฬาฯ ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดประตูให้เข้ามาศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีระบบของคณาจารย์และมหาวิทยาลัยที่คอยดูแล ติดตาม และช่วยให้ผู้ได้รับโอกาสสามารถเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง” รศ.ดร.เพ็ญพักตร์ อาจารย์ที่ปรึกษาหลักของ ตะวันฉายกล่าวในที่สุด