หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เผยผลประชาพิจ...

เผยผลประชาพิจารณ์ 7 ยุทธศาสตร์พัฒนาเด็กปฐมวัย กว่า 80% เห็นด้วย

4.07.17 | 13:12 น.

น.ส.ราณี วงศ์ประจวบลาภ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวในการเป็นประธานเปิดการจัดประชาพิจารณ์ร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยจังหวัดเชียงใหม่ จัดประชาพิจารณ์ร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการเสริมสร้างพลังเครือข่ายเพื่อการขับเคลื่อนระบบและกลไกจังหวัดเพื่อเด็กปฐมวัยจังหวัดเชียงใหม่ โดย จ.เชียงใหม่ ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ และเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า การประชาพิจารณ์ร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยจังหวัดเชียงใหม่ เพราะแผนคือเครื่องมือ ดังนั้น แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยอีก 5 ปีข้างหน้าของ จ.เชียงใหม่ จุดสำคัญคือหุ้นส่วนที่จะมาร่วมกันออกแบบ และร่วมประชาพิจารณ์เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ และเติมเต็มมากขึ้น ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ของชาติ ที่หน่วยงานหลักต่างๆ ออกแบบร่วมกัน และถ่ายทอดลงมาสู่ระดับจังหวัด ดังนั้น แนวคิดของการบูรณาการจึงมีความสำคัญในการขับเคลื่อนไปในทิศทางสู่เป้าหมายการเติบโตของเด็กอย่างมีคุณภาพ ซึ่งต้องอาศัยองคาพยพทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาควิชาการ  อีกทั้ง สังคมคุณภาพจะขับเคลื่อนไปได้ต้องไปบนฐานของความรู้และข้อมูล

“วันนี้ เด็กปฐมวัยคือเด็กทุกคนของประเทศไทยที่มีช่วงอายุ  0-5 ปี เป็นช่วงวัยทองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยรัฐบาลให้ความสำคัญ และถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งมีคณะกรรมการระดับชาติกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนร่วมกัน ฉะนั้น ทุกคนคือหุ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ เมื่อแผนคือเครื่องมือแต่การออกแบบที่สำคัญคือการขับเคลื่อน ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีแผนมีการขับเคลื่อน และมีกลไกความร่วมมือ โดย 4 กระทรวงหลักจะต้องจับมือร่วมกันไป ดังนั้น จุดสำคัญของการประชาพิจารณ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักสำคัญ 2 ประการ คือ 1.การประชาพิจารณ์ร่างแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2560-2564) 2.การได้มาซึ่งมติ เพื่อผลักดันให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่”  น.ส.ราณี กล่าว

น.ส.อุษณีย์ จินตะเวช  ที่ปรึกษาโครงการเสริมสร้างพลังเครือข่ายเพื่อการขับเคลื่อนระบบและกลไกจังหวัดเพื่อเด็กปฐมวัยจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การลงมติของเครือข่ายเพื่อการขับเคลื่อนระบบและกลไกจังหวัดเพื่อเด็กปฐมวัยจังหวัด จำนวน 300 คน ใน 7 ยุทธศาสตร์ พบว่า ทุกยุทธศาสตร์มีมติเห็นด้วยสูงกว่าร้อยละ 80 เรียงลำดับได้ดังนี้ 1.การจัดและการให้เด็กเข้าถึงระบบบริการทางสาธารณสุขและด้านการศึกษา ร้อยละ 86.31 2.การพัฒนาคุณภาพระบบบริการที่พัฒนาเด็กปฐมวัย ร้อยละ 86.31 3.การพัฒนาระบบและกลไกจังหวัดในการจัดการติดตามและประเมินผล ร้อยละ 87.83 4.การพัฒนาศักยภาพครอบครัว ร้อยละ 87.83 5.การพัฒนาระบบข้อมูลเด็กปฐมวัย ร้อยละ 84.41 6.การศึกษาวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ร้อยละ 85.17 และ 7.การผลักดันและพัฒนาข้อเสนอนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ร้อยละ 85.93 ทั้งนี้ คณะพยาบาลศาสตร์ มช.ในฐานะเจ้าของโครงการ จะนำมติ และข้อคิดเห็นทั้งหมด เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำเข้าสู่วาระสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่

Advertisement