ศูนย์การศึกษาสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี–ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ บุกดรุณาราชบุรี ศึกษาต้นแบบ Active Learning–GPAS 5 Steps ชูระบบบริหารการศึกษาทั้งระบบ ผสาน AI สร้างเด็กคิดเป็น–วิจัยเป็น–สร้างนวัตกรรมได้จริง
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้เปิดต้อนรับคณะศึกษาดูงาน 2 คณะ ทั้งในช่วงเช้าและช่วงบ่าย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางบริหารจัดการศึกษาและการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ซึ่งโรงเรียนได้นำมาขับเคลื่อนการพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีบาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี พร้อมคณะผู้บริหารและครูให้การต้อนรับ โดยในช่วงเช้า คณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเครือข่ายศูนย์การศึกษาสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี (ศสธ.) นำโดย คุณพ่อยุทธการ ยนปลัดยศ ประธาน ศสธ. พร้อมผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทพมิตรศึกษา โรงเรียนอุปถัมภ์วิทยาพนม โรงเรียนวันทามารีอา ปราณบุรี และโรงเรียนอรุณวิทยา เข้าศึกษาดูงานการบริหารจัดการสถานศึกษาเอกชนคาทอลิก และการขับเคลื่อน Active Learning ด้วย GPAS 5 Steps

ในการนี้ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับแนวทางการสร้างระบบบริหารจัดการคุณภาพการศึกษา (Systemic Quality Management) โดยเน้นว่า การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เข้มแข็งและยั่งยืนไม่ควรหยุดอยู่เพียงการพัฒนาห้องเรียนใดห้องเรียนหนึ่ง แต่ต้องสร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงทั้งสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงมัธยมศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนพัฒนากระบวนการคิด สร้างองค์ความรู้ และนำความรู้ไปแก้ปัญหาได้จริง การนำ GPAS 5 Steps มาเป็นแกนกลางในการจัดการเรียนรู้ จะช่วยให้การพัฒนาผู้เรียนมีความต่อเนื่องและเป็นระบบ พร้อมยกระดับสถานศึกษาให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งครูและผู้เรียนสามารถพัฒนาศักยภาพร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ดร.ศักดิ์สิน กล่าวว่า ความสำเร็จของโรงเรียนดรุณาราชบุรีสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรู้ที่สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง นักเรียนมีศักยภาพในการคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองตามช่วงวัย และมีเป้าหมายพัฒนาผลงานจากระดับโรงเรียนไปสู่ระดับประเทศและระดับโลก โดยขณะนี้ GPAS 5 Stepsได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีหลายประเทศสนใจนำไปประยุกต์ใช้ และพว.มีแผนต่อยอดอีก 2 ระดับ เพื่อพัฒนาครูให้สามารถใช้คำถามเชิงลึกและหลากหลายมิติ กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ มองเห็นความสัมพันธ์ของปัญหาในภาพใหญ่ และสามารถวิเคราะห์โจทย์ที่ซับซ้อนได้รอบด้าน ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ภาคธุรกิจ สังคม วิชาการ และภาคส่วนต่าง ๆ ต้องการอย่างไรก็ตาม การยกระดับดังกล่าวยังไม่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการทันที แต่ต้องขยายการใช้ GPAS 5 Steps ขั้นพื้นฐานให้เกิดความเข้มแข็งในระดับประเทศอย่างน้อยประมาณ 40% ก่อน เพื่อให้ครูเกิดความคุ้นเคยและสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เนื่องจากระดับที่สูงขึ้นมีความลึกและซับซ้อนมากกว่า หากเร่งดำเนินการอาจทำให้ครูขาดความมั่นใจ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาครูและการปรับแนวคิดในระดับนโยบาย เนื่องจากครูจำนวนมากยังขาดทักษะการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดของหลักสูตร การส่งหนังสือเรียนให้ครูแล้วคาดหวังให้ครูออกแบบกิจกรรมเองทั้งหมดจึงเป็นภาระที่ยาก
นายชาญชัย ชื่นพระแสง ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเดินทางมาศึกษาดูงานที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี ว่า เกิดจากความสำเร็จของนักเรียนโรงเรียนดรุณาราชบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะอย่างแท้จริง ตรงตามเป้าหมายของหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการต้องการ จึงสนใจศึกษาปัจจัยและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จ ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งนี้ จากการศึกษาดูงานพบว่า โรงเรียนดรุณาราชบุรีมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ชัดเจน ผ่านการทำโครงงาน การเรียนรู้แบบร่วมมือ และการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ที่สามารถพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม และโรงเรียนดรุณาราชบุรีไม่ใช่เพียงต้นแบบสำหรับโรงเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเท่านั้น แต่สามารถเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนทั่วประเทศได้ เพราะนี่คือของจริง เป็นกระบวนการที่จับต้องได้ และสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้จริง
และในช่วงบ่าย คณะอาจารย์และนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน และหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) นำโดย ดร.พจมาลย์ สกุลเกียรติ ผศ.ดร.สรณบดินทร์ ประสารทรัพย์ และ ดร.กุลกาญจน์ สุวรรณรักษ์ เข้าศึกษาดูงานการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่บูรณาการ GPAS 5 Steps เข้ากับเทคโนโลยี AI และการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน โดยคณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมห้องเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น Carlo Acutis AI Classroom ห้องเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย Dominic AI Classroom รวมถึงการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมของนักเรียน ณ ห้อง Joseph Creative Space และห้องปฏิบัติการ Thomas Aquinas Innovative Lab
ทั้งนี้ ตัวแทนคณะศึกษาดูงานฯ ได้กล่าวถึงการนำนักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาหลักสูตรและการสอน ซึ่งกำลังศึกษารายวิชานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เข้าศึกษาดูงานที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้รูปแบบและกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มีนวัตกรรม สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ของตนเอง โดยได้ศึกษาดูงานทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งจากการเข้าสังเกตการเรียนการสอนในห้องเรียนจริง พบว่า โรงเรียนดรุณาราชบุรีประสบความสำเร็จในการนำกระบวนการ Active Learning ผ่าน GPAS 5 Steps มาใช้พัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผลงานเชิงประจักษ์ที่โดดเด่น โดยเฉพาะความสามารถของนักเรียนในการลงมือปฏิบัติ สร้างสรรค์ผลงานและนวัตกรรม ตลอดจนดำเนินการวิจัยและนำเสนอผลงานวิจัยของตนเองได้อย่างมีคุณภาพ สะท้อนถึงกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างแท้จริง และรูปแบบการจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ถือเป็นนวัตกรรมการสอนที่ได้รับการยอมรับ และเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ซึ่งนักศึกษาระดับปริญญาโทสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนบทบาทครูจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็น ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด ลงมือปฏิบัติ ค้นคว้า และสร้างความรู้ด้วยตนเอง เป็นต้นแบบที่น่าสนใจสำหรับการนำไปศึกษาและต่อยอดในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา
นางสาวชนัญชิดา ประพันธ์เจริญสิน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สาขาวิทย์ คณิต ปัญญาประดิษฐ์ โรงเรียนดรุณาราชบุรี กล่าวว่า แรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมด้านการแพทย์โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)เกิดจากความสนใจด้านการแพทย์ โดยเฉพาะปัญหาการมองหาเส้นเลือดสำหรับการเจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือ แม้จะยังเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและไม่มีความรู้ทางการแพทย์โดยตรง แต่ได้ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning และ GPAS 5 Steps ศึกษาค้นคว้าข้อมูล รวมถึงขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำความรู้ด้านการแพทย์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน จนสามารถพัฒนานวัตกรรม “VeinView AI” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยสแกนและแสดงตำแหน่งเส้นเลือดให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยี AI โมเดล U-Net มาใช้ในการวิเคราะห์ภาพและระบุตำแหน่งเส้นเลือด บริเวณฝ่ามือและข้อพับแขน เพื่อช่วยค้นหาเส้นเลือดที่เหมาะสมสำหรับการเจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือ ทั้งนี้การพัฒนาผลงานดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การสืบค้นข้อมูลทางการแพทย์ ศึกษาเทคโนโลยี AI การระดมความคิดเห็น การวิเคราะห์และคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสม ตลอดจนการนำความรู้หลายศาสตร์มาบูรณาการจนเกิดเป็นผลงานนวัตกรรม ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวมีคุณค่าอย่างมาก เพราะทำให้นักเรียนสามารถนำความสนใจของตนเองมาพัฒนาเป็นผลงานนวัตกรรมที่มีเป้าหมายในการแก้ปัญหาจริงได้ แม้ยังเรียนอยู่เพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

