ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.) เปิดเผยว่า ตนเข้ามารับตำแหน่งอธิการบดี ม.หัวเฉียวฯ เป็นลำดับที่ 7 สำหรับทิศทางการบริหารมหาวิทยาลัย กำหนดภารกิจสำคัญ ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านเทคโนโลยี โครงสร้างประชากร และความต้องการของตลาดแรงงาน ผ่านการดำเนินงานที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่1.ปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สร้างบัณฑิตที่คิดเป็นและพร้อมรับอนาคต มุ่งนำ AI มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการเรียนการสอน ปรับกระบวนการประเมินผลจากการวัดความรู้ไปสู่การวิเคราะห์และตั้งคำถามอย่างมีวิจารณญาณ พัฒนานักศึกษา ให้มีจินตนาการ ความเข้าใจเชิงลึก และดุลยพินิจ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น ลดข้อจำกัดระหว่างคณะวิชา และจัดตั้งธนาคารหน่วยกิตกลาง (Central Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาส ให้นักศึกษาเลือกเรียนรู้ข้ามศาสตร์ได้ตามความสนใจและความต้องการของตนเอง

ศ.ดร.สุพจน์ กล่าวต่อว่า 2. ยกระดับความร่วมมือไทย–จีน สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับภูมิภาคต่อยอดความเข้มแข็งด้านการแพทย์แผนจีน วิทยาศาสตร์สุขภาพ และจีนศึกษา ผ่านการสร้างเครือข่าย Thai-China Healthcare Innovation Hub เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัย รวมถึงการวิจัยเชิงคลินิกและการประยุกต์ใช้สมุนไพรไทย พร้อมพัฒนาบัณฑิตให้มีทักษะ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย จีน และอังกฤษ ควบคู่กับความสามารถด้านเทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการของสังคมในอนาคต โดยเฉพาะด้านสุขภาพและสังคมสูงวัย และ3. พัฒนาบัณฑิตพร้อมทำงาน สร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนและสังคมปรับหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับการทำงานจริง ผ่านการเรียนรู้จากโจทย์ของภาคอุตสาหกรรม (Industry Project) อย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตร เพื่อให้บัณฑิตมีความรู้ที่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีได้ และมีประสบการณ์พร้อมเข้าสู่โลกการทำงาน นอกจากนี้ ยังขยายโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และหลักสูตรระยะสั้นในรูปแบบ Micro-credential โดยเฉพาะด้านสุขภาวะ การดูแลผู้สูงอายุ และการฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อรองรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

“ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังคงยึดมั่นในรากฐานแห่งการก่อตั้งจากอุดมการณ์การให้และการตอบแทนคุณแผ่นดินของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมสืบสานอัตลักษณ์ด้านคุณธรรมและการรับใช้สังคม มุ่งพัฒนาสู่การเป็น “Engaged University” หรือมหาวิทยาลัยที่ทำงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด นำองค์ความรู้และเทคโนโลยี มาสร้างประโยชน์ ยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความปลอดภัยให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน”ศ.ดร.สุพจน์ กล่าว

