วิชาแปลก!! ม.หอการค้าไทยเปิดสอน 100 วิชาแปลก ‘มโนทัศน์เรื่องตาย-ปรัชญาความรัก-หลากหลายทางเพศ’

9.07.17 | 18:15 น.

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเตรียมมุ่งสู่ผู้นำระดับเอเชีย และระดับโลก โดยมุ่งสร้างนักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม มีการสอนวิชาใหม่การประกอบการเชิงนวัตกรรมแก่นักศึกษาทุกคณะ ตั้งแต่เรียนปี 1 เพื่อปูพื้นฐานในการเป็นผู้ประกอบการ ล่าสุด มหาวิทยาลัยได้เปิดสอนวิชาสุดแปลก ตอบโจทย์ยุคสมัยที่เข้าสู่โลกโพสต์โมเดิร์น และการปรับเปลี่ยนตัวเองให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิตอล โดยเล็งเห็นว่าวิชาเหล่านี้จะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะผสมผสานกับองค์ความรู้ทางธุรกิจ ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการประกอบธุรกิจในอนาคตต่อไป วิชาเหล่านี้จัดอยู่ในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป ที่ในปีการศึกษา 2560 ทางมหาวิทยาลัยได้ปรับหลักสูตร โดยมีวิชาเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 วิชา ซึ่งนักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ อาทิ

1.วิชามโนทัศน์เรื่องความตาย นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาเกี่ยวกับความตายในศาสนาต่างๆ แนวความคิดเกี่ยวกับความตายของเพื่อให้เข้าใจถึงภาวะคนใกล้ตาย การเตรียมตัวตายอย่างมีสติ และแนวคิดเรื่องชีวิตหลังความตาย

2.วิชาปรัชญาความรัก นักศึกษาจะได้เรียนรู้แนววิธีศึกษาปรากฏการณ์ของความรักอันเป็นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ โดยพินิจพิเคราะห์ และอภิปรายประเด็นปัญหาของความรักผ่านมุมมองทางปรัชญา ทั้งในด้านที่เป็นปัจเจก และในด้านที่มีมิติสัมพันธ์กับสังคมรอบตัว

3.วิชาความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย นักศึกษาจะได้เรียนรู้ความหมายของความหลากหลายทางเพศ แนวคิดและกระบวนทัศน์ในการศึกษาความหลากหลายทางเพศในมิติต่างๆ ทั้งทางวิทยาศาสตร์ ทางมานุษยวิทยา ทางจิตวิทยา และความเข้าใจความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย

Advertisement

4.วิชาเกษตรอัจฉริยะ นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกับชีวิตประจำวัน ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ทฤษฎีเกษตรพอเพียง การใช้ประโยชน์จากผลผลิตและของเหลือทางการเกษตร ทิศทางการเกษตรของไทย กรณีศึกษาการทำธุรกิจเกษตร

5.วิชา Digital games นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการตัดสินใจ เทคนิคการแข่งขัน ความรู้ที่จำเป็นในการเล่นเกมดิจิตอล กรณีศึกษาเกมดิจิตอล

“ส่วนตัวจะใช้แทนตัวเองเวลาพูดกับนักศึกษาว่าแม่ เห็นนักศึกษาทุกคนเดินไปเดินมา มีหลายเพศสภาพ แต่ทุกคนมีความรู้ และความสามารถ และได้รับการยอมรับในสังคม เช่น ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยหลายๆ คน ที่ทำงานอยู่ในแวดวงสื่อมวลชน ไม่รู้สึกว่าลูกๆ เหล่านี้แตกต่างจากคนอื่น ที่สำคัญผู้บริหารมหาวิทยาลัยจัดการเรื่องนี้ผ่านนโยบายหลายอย่าง เช่น ให้การยอมรับการแต่งกายตามเพศที่ลูกเลือก ไม่ว่าจะในห้องเรียน ในห้องสอบ รวมทั้ง การไม่ใช้คำนำหน้าว่า ‘นาย’ ในระหว่างพิธีประสาทปริญญาบัตร วิชาความหลากหลายทางเพศ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และต้องเข้าใจในสภาวการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าใครจะเลือกเพศสภาพใดก็สามารถเป็นคนที่สร้างความสุขและความสงบให้แก่สังคมได้” นางเสาวณีย์ กล่าว