เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม น.ส.ณมน จีรังสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ สมศ. ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนากรอบมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 นั้น ขณะนี้ สมศ. ได้วางแนวคิดในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ไว้ ดังนี้ 1.ความสอดคล้องกับประกันคุณภาพภายใน หน่วยงานต้นสังกัดและแผนการศึกษาของชาติและสากล 2.ไม่เพิ่มภาระด้านเอกสาร โดยตรวจประเมินตามสภาพการปฏิบัติงานจริงของสถานศึกษา 3.ไม่มีการตัดสินผล ว่าจะรับรองหรือไม่รับรอง เพื่อลดความกังวลของสถานศึกษา แต่มุ่งประเมินเพื่อพัฒนาให้ข้อเสนอแนะตามบริบทของสถานศึกษา 4.นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนในกระบวนการประเมิน เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับต้นสังกัด เพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือและความรวดเร็ว ทั้งนี้ สมศ. จะจัดประชุมประชาพิจารณ์ ร่างกรอบมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. ใน 4 ภูมิภาคที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 กรกฎาคม และส่งสัญญาณการประชุมทางไกลไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และในวันที่ 29 กรกฎาคม จัดประชุม ที่จังหวัดสงขลา และส่งสัญญาณการประชุมทางไกลไปยังจังหวัดขอนแก่น พร้อมกันนี้ยังมีการเผยแพร่แบบทางออนไลน์และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางผ่านทางเว็บไซต์ www.onesqa.or.th ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จากนั้น สมศ. จะนำข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงพัฒนา และคาดว่าจะสามารถประกาศกรอบมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ให้สถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และสาธารณชนรับทราบ ภายในเดือนกันยายน 2560
“การประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 จะมี 2 ระยะ คือ 1.ระยะประเมินตามกรอบเวลาตามวงรอบการประเมินทุก 5 ปี 2.ระยะติดตามและพัฒนา เกิดขึ้นใน 2 ลักษณะ กรณีสถานศึกษามีความโดดเด่น ติดตามเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำผลความสำเร็จมาเผยแพร่เป็นตัวอย่าง และกรณีสถานศึกษาประเด็นที่ต้องพัฒนา ติดตามผลการดำเนินงานหลังจากการให้ข้อเสนอของผู้ประเมิน โดยสถานศึกษาจะต้องจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพเสนอต่อต้นสังกัดเพื่อให้การสนับสนุนงบพัฒนา และดำเนินการปรับปรุงพัฒนาภายในระยะเวลา 6เดือน ถึง 1 ปี นอกจากนี้ สมศ. เตรียมจัดอบรมพัฒนาผู้ประเมินภายในต้นเดือนสิงหาคม และเริ่มการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายนนี้ ในกลุ่มสถานศึกษาที่สมัครใจรับการประเมิน จำนวน 41 แห่ง ได้แก่ การศึกษาปฐมวัย จำนวน 10 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน 20 แห่ง อาชีวศึกษา 6 แห่ง และอุดมศึกษา 5 แห่ง”น.ส.ณมนกล่าว

