การเตรียมความพร้อมให้กับทรัพยากรมนุษย์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศไทยในยุค 4.0 สิ่งสำคัญที่สุดหนีไม่พ้นเรื่อง “การศึกษา” ที่เป็นรากฐานในการยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ในประเทศให้พร้อมเผชิญกับการแข่งขันระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังมีโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาด้านการศึกษาอีกจำนวนไม่น้อย ภาคเอกชนหลายแห่งจึงได้เข้ามาให้การสนับสนุน อย่าง บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ริเริ่มโครงการมุมหนังสือ “เสริมปัญญา กับ ทาทา สตีล” แห่งแรกในปี 2552 ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า “การศึกษาสามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กและเยาวชนให้เป็นพลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงของชาติในอนาคต”
นายศิโรโรตม์ เมธมโนศักดิ์* ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-ทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท ทาทา สตีลฯ กล่าวว่า โครงการมุมหนังสือเสริมปัญญาฯ จัดทำขึ้น เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกล ซึ่งเป็น 1 ใน 4 พันธกิจหลักเพื่อชุมชน และสังคม โดยบริษัทจะจัดทำมุมหนังสือในห้องสมุดโรงเรียน พร้อมมอบหนังสือ และสื่อการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียน เริ่มต้นที่โรงเรียนในชุมชนรอบโรงงาน แล้วขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ทั่วทุกภูมิภาคของไทย โดยกำหนดเป้าหมายที่จะมอบมุมหนังสือรวม 400 โรงเรียน ปัจจุบันสามารถมอบมุมหนังสือไปแล้วกว่า 248 โรง ใน 52 จังหวัด

มุมหนังสือเสริมปัญญาฯ มีพื้นที่ 20 ตารางเมตร ประกอบด้วย ชั้นวางหนังสือสำเร็จรูป พร้อมหนังสือ 200 เล่ม ใน 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้ อาทิ วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษา พลศึกษา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมถึง บอร์ดกิจกรรมตอบปัญหาประจำสัปดาห์หรือกิจกรรมกระตุ้นการอ่าน
โดยบริษัทจะส่งของรางวัลให้แก่นักเรียนที่ร่วมกิจกรรม และนักเรียนที่ยืมหนังสือในมุมหนังสือของบริษัท เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยรู้จักคิด วิเคราะห์ กล้าคิด กล้าตอบ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ที่สำคัญคือรู้จักกระบวนการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ มุมหนังสือยังมีโต๊ะ เก้าอี้ รวมถึง ทาสีตกแต่งผนัง เพื่อสร้างบรรยากาศให้เด็กๆ รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการอ่านหนังสือ และเข้ามาใช้บริการมุมหนังสืออย่างต่อเนื่อง โดยโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องส่งรายงานการใช้ห้องสมุดให้กับบริษัททุกเดือน เพื่อนำมาวิเคราะห์หาแนวทางการจัดหาหนังสือให้เหมาะสม และปรับปรุงมุมหนังสือให้มีคุณภาพมากขึ้น

คุณครูสุชา บุญเพิ่ม โรงเรียนบ้านต้นไทร จ.พัทลุง 1 ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากได้รับมอบมุมหนังสือ ว่า “ก่อนหน้านี้โรงเรียนมีห้องสมุดอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเป็นโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล หนังสือที่มีอยู่จึงไม่เหมาะสมกับวัย ทำให้เด็กๆ ไม่ค่อยอยากเข้ามาใช้บริการห้องสมุด กิจกรรมช่วงพักกลางวัน หรือหลังเลิกเรียน ส่วนใหญ่จึงเป็นการวิ่งเล่น หรือเล่นกีฬาตามประสาเด็กต่างจังหวัด แต่หลังจากที่โรงเรียนได้มีมุมหนังสือสวยๆ นักเรียนก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน เข้าใช้บริการห้องสมุดมากขึ้น ทั้งการอ่านในเวลา และการยืมหนังสือกลับบ้าน นักเรียนรุ่นพี่ได้เข้ามาช่วยบริหารจัดการเป็นบรรณารักษ์รุ่นเยาว์ รู้จักการจัดประเภทหนังสือตามหมวดหมู่ และดูแลรักษาหนังสือราวกับว่าหนังสือเล่มนั้นมีชีวิต ครูจึงอยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ในโรงเรียนด้อยโอกาสอื่นๆ เช่นเดียวกัน”

น้องณิชาภัทร ชูเอียด นักเรียนชั้น ป.6 เล่าถึงความประทับใจเกี่ยวกับมุมหนังสือเสริมปัญญาฯ ว่า “หนูดีใจมากที่โรงเรียนของหนูได้มุมอ่านหนังสือใหม่ที่มีหนังสือน่าอ่านมากมาย ที่จะช่วยทำให้หนูเก่งมากขึ้น หนูชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เพราะหนูมีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นแอร์โฮสเตส การอ่านหนังสือทำให้หนูได้ฝึกภาษาอังกฤษ และเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่จากที่ต่างๆ ในโลก นอกจากนี้ การอ่านหนังสือในมุมหนังสือนี้ ยังช่วยให้หนูได้ฝึกสมาธิ และมีระเบียบมากขึ้น เพราะเมื่ออ่านหนังสือเสร็จต้องเก็บให้เป็นหมวดหมู่ และต้องอ่านอย่างทะนุถนอมเพื่อน้องๆ รุ่นต่อไปจะได้มีหนังสือดีๆ อ่าน หนูต้องขอขอบคุณพี่ๆ ที่มาเนรมิตห้องสมุดของหนูให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนชีวิตหนู และทำให้ความฝันของหนูเป็นจริงได้ค่ะ”
ปัจจุบันยังมีโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดแคลนแหล่งข้อมูลให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาหาความรู้ ความไม่พร้อมในด้านต่างๆ เหล่านี้ อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น การไม่รู้หนังสือ การติดสารเสพติด การขาดความรู้สำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต…
โครงการสร้างมุมหนังสือ “เสริมปัญญา กับ ทาทา สตีล” นับว่าเป็นพลังเล็กๆ ในการผลักดันให้เกิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ และยั่งยืนเพื่อเยาวชนไทย


