วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) นำโดย สิญาธร ขุนอ่อน รองคณบดีวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่สำรวจถ้ำโบราณหลายแห่งที่ถูกค้นพบในพื้นที่ ต.เขานิพันธ์ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี อาทิ ถ้ำโพธิสัตว์ ถ้ำมูลค้างคาว ถ้ำเขาปลา ถ้ำเขานุ้ย ถ้ำพุทธภูมิ นอกจากนี้ยังมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอีกจำนวน 140 ถ้ำ กินพื้นที่คาบเกี่ยว 2 จังหวัด ทั้งสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช

ชาวบ้านค้นพบถ้ำเหล่านี้ขณะเข้าไปเก็บขี้ค้างคาวขาย แล้วพบว่าถ้ำจำนวนมากมีหินงอกหินย้อยสวยงามตระการตา มีเสาหินสลักเสลางดงามวิจิตร มีก้อนหินที่ธรรมชาติรังสรรค์เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามแต่จะจินตนาการ ถ้ำบางแห่งมีสายน้ำไหลผ่านชุ่มเย็น
ชาวบ้านเชื่อว่าถ้ำเหล่านี้น่าจะเคยมีมนุษย์อาศัยอยู่มาก่อน เนื่องจากพบรอยเท้าโบราณที่พื้นถ้ำ เป็นรอยเท้าที่มีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ 2 เท่า ลักษณะคล้ายคนเดินย่ำไปมา
ทีมงานมีโอกาสได้พบกับ พระเดชรักษ์ ฐิตเมโธ เจ้าอาวาสสำนักวิปัสสนากรรมฐานวัดถ้ำกัลยาณมิตร ซึ่งได้เมตตาเล่าให้ฟังว่า วัดถ้ำกัลยาณมิตรเป็นวิทยาลัยกรรมฐานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) สร้างขึ้นเมื่อปี 2532 มีเนื้อที่ 500 ไร่ กินพื้นที่ 2 จังหวัด คือตั้งแต่ ต.เขานิพันธ์ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ไปจนถึง ต.ดุสิต อ.ถ้ำพรรณราย จ.นครศรีธรรมราช ถ้ำทั้งหมดตั้งอยู่ในอาณาบริเวณวัดนี่เอง

ถ้ำแต่ละแห่งมีจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่แตกต่าง มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน คู่ควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง อาทิ ถ้ำมูลค้างคาว มีค้างคาวแม่ไก่อาศัยอยู่นับหมื่น ๆ ตัว มีห้องโถงขนาดใหญ่สามารถบรรจุคนได้กว่า 1,000 คน หินงอกหินย้อยงามวิจิตร เมื่อเดินเข้าไปในถ้ำเราสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นสบายราวกับติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ด้วยมีกระแสลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีก้อนหินสีขาวกระจ่างอันเกิดจากน้ำกลั่นหยดสะสมจนกลายเป็นรูปทรงลักษณะคล้ายช้างหมอบ มีประกายแวววาวยามต้องแสงไฟ
ถ้ำโพธิสัตว์ เป็นถ้ำสูง 3 ชั้น ภายในถ้ำแบ่งแยกเป็นห้อง ๆ ลดหลั่นกันไป บางห้องมีลานกว้างยกสูงเล็กน้อย พระธุดงค์ใช้เป็นสถานที่ในการนั่งวิปัสสนา ทางวัดจึงเรียกว่า “ลานปฏิบัติธรรม” มีเสาหินลักษณะคล้ายสถาปัตยกรรมในยุคโรมัน ชาวบ้านได้นำพระพุทธรูปเข้าไปประดิษฐานไว้ภายในถ้ำแห่งนี้เพื่อให้ผู้มาเยือนกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีรอยเท้าที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าประทับอยู่บนก้อนหินด้วย ชั้นบนของถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่อาศัยของหมีคน 2-3 ตัวมาก่อน


นอกจากนี้ ยังมีถ้ำที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำพุทธภูมิซึ่งอยู่สูงขึ้นไปอีก 300 เมตร จะไปถึงตัวถ้ำได้ต้องปีนเขาขึ้นไปและต้องมีอุปกรณ์สำหรับปีนเขาเพื่อความปลอดภัย หรือจะเป็นถ้ำอุโบสถซึ่งทางวัดใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น
การลงพื้นที่สำรวจถ้ำโบราณในครั้งนี้ วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยวมีวัตถุประสงค์ 2 อย่างด้วยกัน คือ 1. ต้องการต่อยอดไปสู่การการพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ทั้งนี้ คนในชุมชนมีอาชีพหลักอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนยาง สวนผลไม้ สวนปาล์ม การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเส้นนี้จึงเป็นเพียงรายได้เสริมที่จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้ชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังเป็นอุบายสำคัญในการทำให้คนในชุมชนได้เรียนรู้ท้องถิ่นของตนเอง ได้สาวรากเหง้าขึ้นมาศึกษา ทำความรู้จักกับที่มาที่ไปของตนเองได้ลึกซึ้งขึ้น
และ 2. ต้องการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ปัจจุบันถ้ำเหล่านี้เริ่มเป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยว เริ่มมีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมชมอยู่เป็นระยะ พร้อมกันนั้นถ้ำเหล่านี้ก็เริ่มถูกมนุษย์ทำลายไปพร้อม ๆ กัน เช่น มีนักท่องเที่ยวมือบอนมาเขียนตรงก้อนหินสีขาวที่มีรูปร่างคล้ายช้างหมอบว่า “หมา” มีคนลักลอบเข้ามาทุบและหักหินงอกหินย้อยไปขายให้ธุรกิจจัดแต่งสวน
หากขาดการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ขาดมาตรการในการดูแลรักษา ขาดการสร้างจิตสำนึกหวงแหนให้กับคนในชุมชน และไม่ได้สร้างความตระหนักรู้ให้แก่นักท่องเที่ยวและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าเหล่านี้ก็อาจจะถูกทำลายลงไปในที่สุด
นี่จึงเป็นพันธกิจที่ท้าทายและเปี่ยมคุณค่ายิ่งของเรา





