‘หมอธี’ ส่งมอบตำแหน่งประธานซีมีโอ รมว.ศธ.อินโดฯ พร้อมถกวิธีจัดการศึกษา รมต.บรูไน

26.07.17 | 11:44 น.

 

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือซีมีโอ ครั้งที่ 49 ว่า ความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศในอาเซียนเป็นไปด้วยดี 2 ปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ของไทย มีโอกาสเดินทางไปเยือนประเทศสมาชิกซีมีโอจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่มีประเทศใดพัฒนาการจัดการศึกษาได้เพียงประเทศเดียว แต่ต้อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ดังนั้น การรวมตัวของประเทศในภูมิภาคอาเซียน จึงเป็นเรื่องดีที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขณะเดียวกันยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษา และความเหลื่อมล้ำ ผ่านศูนย์ระดับภูมิภาคในด้านต่างๆ ที่ปัจจุบันที่กว่า 21 ศูนย์ และกำลังจะจัดตั้งขึ้นใหม่อีก 5 ศูนย์ ในส่วนของไทยได้รับอนุมัติจัดตั้ง 2 ศูนย์ คือ ศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนของซีมีโอในประเทศไทย และศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอในประเทศไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการให้จัดตั้งทั้ง 2 ศูนย์ ขณะที่อีก 3 ศูนย์ใหม่ จะจัดตั้งขึ้นที่ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย

“การประชุมครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสดีที่ได้ส่งมอบตำแหน่งประธานซีมีโอให้กับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ของอินโดนีเซีย 2 ปีจากนี้ ต้องจับตาทิศทางการจัดการศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเรามีความร่วมมือ และจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคเพื่อเรียนรู้กันในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสะเต็มศึกษา ที่จะจัดตั้งศูนย์ขึ้นในไทย เชื่อว่าจะสามารถพัฒนาทักษาการเรียนรู้ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสร้างเครือข่ายร่วมกันระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกันยังถือเป็นโอกาสดีในการเผยแพร่พระราชปณิธานเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ให้มากขึ้น รวมถึง ยังเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นต้นแบบ แนวทางในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นพ.ธีระเกียรติกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.บรูไนดารุสซาลาม ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจในแนวทางการจัดการศึกษาของบรูไนอย่างมาก เพราะมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน เช่น นักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะมีเส้นทางชัดเจน คือเด็กเก่งที่สุดจะไปเรียนมหาวิทยาลัย เด็กอัฉริยะจะไปอีกเส้นทางหนึ่ง เด็กที่ไม่ชอบเรียนสายสามัญ จะให้เรียนสายอาชีพตั้งแต่ต้น อีกทั้ง ยังมีตัวชี้วัดที่น้อยแต่เป็นประโยชน์ คือ ดูว่าเด็กจบแล้วมีงานทำหรือไม่ และนายจ้างพอใจหรือไม่ ดังนั้น การมาพูดคุยกันครั้งนี้ จึงถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในอนาคต

Advertisement