นายโอภาส อิสโม ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สงขลาเปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้มรภ.สงขลาจัดสัมมนาการทำมาตรฐานเพลงปี่และเทคนิคการเป่าปี่สำเนียงสงขลา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลเครือข่ายศิลปินปี่ และนำองค์ความรู้จากศิลปินพื้นบ้านมาจัดทำเป็นเอกสารอ้างอิงทางวิชาการ สำหรับเผยแพร่ให้แก่เครือข่ายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม สถานศึกษา ศูนย์ฝึกศิลปินพื้นบ้าน และประชาชนผู้สนใจ โดยมีศิลปินปี่ในพื้นที่ จ.สงขลา จำนวน 30 คน จาก 16 อำเภอ
นายโอภาส กล่าวต่อว่า สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.สงขลา มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเป่าปี่ และเป็นผู้เป่าปี่สำเนียงสงขลา คือ ครูควน ทวนยก ดังนั้น เพื่อเป็นการสืบสาน สร้างสรรค์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอนุรักษ์ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นและของชาติ สำนักศิลปะฯ จึงได้จัดทำโครงการสัมมนาเพื่อจัดทำมาตรฐานเพลงปี่และเทคนิคการเป่าปี่สำเนียงสงขลา ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะมีสำเนียงการปี่ที่แตกต่างกันออกไป แต่สำเนียงหลักๆ ที่เป็นที่รู้จักกันมาก คือ สำเนียงปี่สงขลา สำเนียงปี่พัทลุงและสำเนียงปี่นครศรีธรรมราช ซึ่งสำเนียงปี่ของจ.นครศรีธรรมราชกับพัทลุง จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่สำเนียงปี่ของ จ.สงขลาจะแตกต่างออกไป และถือว่าเป็นสำเนียงที่เป่าค่อนยากและไม่เหมือนสำเนียงอื่น อีกทั้งยังเป็นสำเนียงที่โดดเด่น
“ภาคใต้ของไทยมีวงดนตรีประเภทหนึ่ง ที่ใช้บรรเลงประการแสดงหนังตะลุงและโนรา ชาวบ้านเรียกวงดนตรีประเภทนี้ตามลักษณะของการแสดงว่าเครื่องหนังตะลุง เครื่องโนรา หรือเรียกว่าเครื่องห้า ส่วนภาคกลางจะเรียกวงดนตรีประเภทนี้ว่าวงปี่พาทย์เครื่องห้าอย่างเบาหรือปี่พาทย์ชาตรี วงเครื่องห้าประกอบด้วยเครื่องดนตรีห้าชิ้นตามลักษณะการเรียกชื่อวง ประกอบด้วย ทับ กลอง โหม่ง ฉิ่ง และปี่ เครื่องดนตรีภายในวงส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องกำกับจังหวะ มีปี่เพียงเลาเดียวที่ทำหน้าที่ในการบรรเลงทำนอง แต่ในตอนหลังได้นำเอาซอเข้ามาช่วยในการเดินทำนอง เพลงที่ใช้ในการบรรเลงส่วนใหญ่เป็นเพลงไทยเดิม และเพลงพื้นบ้านของภาคใต้” นายโอภาสกล่าว

