สกลนคร อยู่ในแอ่งน้ำใหญ่หลวง หลายพันปีมาแล้ว
ถนนหนทางสร้างใหม่กับการขยายตัวของเมืองสมัยใหม่ มีส่วนสำคัญกั้นขวางทางน้ำธรรมชาติไหลหลาก รวมถึงความผิดปกติของการกักเก็บน้ำไม่แข็งแรง ทำให้มีภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สกลนคร เดือดร้อนสาหัส

[ท่วมทั้งเมือง – ภาพมุมสูงสถานการณ์น้ำท่วมภายในตัวเมืองสกลนคร ปริมาณน้ำยังท่วมสูงเป็นบริเวณกว้าง ล่าสุดกองทัพส่งเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม (ภาพและคำบรรยายจาก มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2559 หน้า 1)]
สกลนคร ตัวเมืองตั้งอยู่เชิงเขาบนพื้นที่เอียงลาด เป็นแอ่งเหมือนก้นกระทะขนาดใหญ่ เรียก หนองหานหลวง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ มีน้ำขังตลอดปี ได้จากลำธารขนาดน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนบนทิวเขาภูพานที่โอบล้อมด้านใต้และตะวันตก
หนองหานหลวง (อ. เมือง จ. สกลนคร) หนองน้ำจืดธรรมชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 123 ตารางกิโลเมตร (76,875 ไร่) มีความจุ 118 ล้านลูกบาศก์เมตร
ลำน้ำพุง ยาว 90 กิโลเมตร มีต้นน้ำบนทิวเขาภูพาน ทางน้ำไหลเข้าหนองหานหลวง
ลำน้ำก่ำ ยาว 95 กิโลเมตร ทางน้ำไหลออกจากหนองหานหลวง ไปลงแม่น้ำโขง ที่ อ. พระธาตุพนม จ. นครพนม

[ข้อมูลโดยสรุปจากหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่ม 1 ฉบับราชบัณฑิตยสถาน]
[หาน หรือ หาร ยืมจากคำเขมร ว่า รหาล (อ่าน รัว-ฮาล) และ ลฺหาล (อ่าน ละ-ฮาล) แปลว่า ห้วงน้ำกว้างเวิ้งว้าง ไทยใช้ว่า ละหาน, ห้วยละหาน แล้วกร่อนเหลือคำเดียวว่า หาน หรือหาร ในหนองหาน]
สกลนคร เป็นชื่อใหม่ แต่เดิมรู้จักทั่วไปว่าเมืองหนองหานหลวง ตามชื่อหนองน้ำขนาดใหญ่
มีความเป็นมาจากชุมชนเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ในวัฒนธรรมร่วมยุคบ้านเชียง, เวียงจัน, จนถึงพระธาตุพนม
แอ่งสกลนคร ยุคดึกดําบรรพ์
แอ่งสกลนคร หมายถึง บริเวณอีสานเหนือ อยู่เหนือทิวเขาภูพาน
3,000 ปีมาแล้ว มีชุมชนยุคโลหะ อยู่ในวัฒนธรรมบ้านเชียง (ซึ่งแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับชุมชนในเวียดนาม) น่าจะมีหลายชาติพันธุ์อยู่ปะปนกัน
2,500 ปีมาแล้ว มีชุมชนถลุงเหล็ก บริเวณหนองหานหลวง สกลนคร
หลัง พ.ศ. 1000 มีบ้านเมืองรอบหนองหาน อยู่ในวัฒนธรรมเจนละและทวารวดี มีเสมาหินในพุทธศาสนา มีคนหลายชาติพันธุ์ หรือร้อยพ่อพันแม่

หลัง พ.ศ. 1500 รัฐที่หนองหานหลวง อยู่ในวัฒนธรรมขอม สร้างคูน้ำกําแพงเมืองรูปสี่เหลี่ยม (คู่กันกับรัฐที่หนองหานน้อย อุดรธานี) เป็นเครือญาติพวกสยาม (เสียมกุก) มีศูนย์กลางอยู่ที่เวียงจัน
หลัง พ.ศ. 1700 คนจากรัฐที่หนองหานหลวง สกลนคร โยกย้ายอพยพไปตั้งหลักแหล่งใหม่อยู่เวียงจัน (มีนิทานเรื่องจันทบุรีอ้วยล่วย คําว่า อ้วยล่วย แปลว่าอ้วนพีมีพุง) มีชื่อในตําานานว่ารัฐศรีโคตรบูร
หลัง พ.ศ. 1800 เจ้าฟ้างุ้มจากรัฐหลวงพระบาง ควบคุมรัฐศรีโคตรบูร ที่เวียงจัน รวมสองฝั่งโขง ถึงหนองหานหลวง สกลนคร และปริมณฑล
นับแต่นี้ไป หนองหานหลวงอยู่ในวัฒนธรรมลาว แล้วมีคนลาวโยกย้ายอพยพเข้าไปตั้งหลักแหล่งสืบมา จนเป็น เมืองสกลทวาปี แล้วเปลี่ยนเป็น เมืองสกลนคร
