หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เบื้องหลังควา...

เบื้องหลังความสำเร็จ ‘ห้องเรียนแห่งอนาคต’ ร.ร.เทิงวิทยาคม เพาะเมล็ดพันธุ์การเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21

6.08.17 | 16:40 น.

 

เมื่อพื้นดินเป็นโต๊ะเรียน ท้องฟ้าเป็นกระดาน และปัญหาในชุมชนเป็นการบ้านที่ต้องแก้โจทย์ เปิดโลกให้เด็กรุ่นใหม่ และคุณครูได้ค้นพบสิ่งใหม่ในโลกกว้างไปพร้อมๆ กัน ความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดตลอด 4 ปีของ “ห้องเรียนแห่งอนาคต” ของ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ที่กำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 5 เป็นบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการยกระดับการศึกษาไทย ทลายกรอบสี่เหลี่ยมของห้องเรียน สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ใหม่ด้วยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อให้เด็กๆ ได้ลงมือทำจริง เปลี่ยนการเรียนรู้ของเด็กๆ จากผู้รับฟัง มาเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ด้วยการสำรวจปัญหาในชุมชนเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการค้นพบ และมี “คุณครู” เป็นผู้สนับสนุน และที่ปรึกษาที่เป็นหนึ่งเดียวกับการเรียนรู้ของนักเรียน

ปีนี้ได้เปิดประตูห้องเรียนแห่งอนาคต ที่ โรงเรียนเทิงวิทยาคม เพื่อต้อนรับครู 60 คนจากโรงเรียนในโครงการ “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้คุณครูจากต่างพื้นที่ ต่างบริบท ได้ศึกษาวิธีการเรียนการสอน รวมถึงตัวอย่างการวิพากษ์อันนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักเรียน

ครูเจ้ง กัณจนา อักษรดิษฐ์ คุณครูที่ปรึกษาชุมนุม Samsung Discovery Club เล่าว่า กระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ค้นพบปัญหาที่เกิดขึ้นใกล้ตัวภายในชุมชนของพวกเขา โดยเริ่มต้นนำเอาหัวข้อต่างๆ มาพูดคุยกัน วิพากษ์ข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละหัวข้อ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีกว่าการโหวตตามเสียงข้างมาก เพราะเป็นการหาข้อตกลงร่วมกันด้วยเหตุผล ซึ่งจะทำให้เด็กๆ ยอมรับเหตุผลของอีกฝ่าย แล้วทำให้สามารถช่วยกันทำงานต่ออย่างเต็มใจ โดยไม่มีใครวางมือกลางคัน หน้าที่ของคุณครูคือการพยายามสนับสนุนหัวข้อที่ตัวเด็กมีส่วนได้ส่วนเสีย โดยต้องไม่ชี้นำ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างตัวเด็กกับปัญหา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เด็กมีความตื่นเต้นที่จะค้นหาคำตอบ

Advertisement

ชนิดาภา แสนสาร นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนเทิงวิทยาคม กล่าวว่า การเข้าร่วมชุมนุม Samsung Discovery Club ทำให้หนูได้เรียนไปด้วย และสนุกไปพร้อมกันด้วย การวิพากษ์ช่วยให้หนูกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นโดยไม่กลัวถูกผิด หนูซึมซับกระบวนการเรียนรู้แบบเปิดกว้าง ไม่ยึดติดอยู่กับความคิดของตัวเองฝ่ายเดียว นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้พัฒนาความสามารถทางด้านการใช้เทคโนโลยี เช่น การทำหนังสั้น และการตัดต่อวีดิโอเพื่อใช้ในการนำเสนอโครงงาน เป็นต้น

สุนันต์ สะซีลอ อาจารย์จากโรงเรียนศาสนศึกษา จ.ปัตตานี หนึ่งในครูผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าว “ผมรู้สึกประทับใจที่มีโอกาสได้ก้าวเข้าสู่ห้องเรียนแห่งอนาคตของโรงเรียนเทิงวิทยาคมในวันนี้ เพราะสิ่งที่ได้รับคือกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูเจ้ง ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่วิธีการสอนแบบเด็กเคลื่อนเด็ก โดยเริ่มจากเป็นผู้ติดตาม ก่อนจะได้ลงมือทำ และกลายเป็นผู้ดูแลและกระตุ้นน้องๆ รุ่นหลัง การศึกษาในศตวรรษที่ 21 จะไม่เน้นการเรียนการสอนโดยใช้หนังสือ แต่จะให้นักเรียนได้ลองปฏิบัติจริง ถ้าสนใจก็สามารถไปหาข้อมูลเพิ่มได้ แต่สิ่งสำคัญคือผู้บริหารสถานศึกษา และทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกัน นักเรียนจะต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยี และสื่อ มีไหวพริบ สามารถคิดวิเคราะห์ และแยกแยะได้ รวมถึง จะต้องเป็นคนดี มีคุณธรรมในการดำรงชีวิต ทั้งนี้ จะต้องขอบคุณซัมซุงที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา และอยากให้ทุกภาคส่วนมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น”

ด้าน วรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า โรงเรียนเทิงวิทยาคมถือเป็นโรงเรียนต้นแบบที่ประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้เข้ากับกระบวนการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้โรงเรียนอื่นๆ ในโครงการได้เข้ามาศึกษาวิธีจัดการเรียนการสอนของคุณครู ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนและสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ห้องเรียนแห่งอนาคตของซัมซุงได้ขยายเครือข่ายสู่โรงเรียนอื่นๆ ไปแล้วถึง 47 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยสร้างประโยชน์ให้กับครูจำนวนกว่า 3,000 คน และนักเรียนกว่า 70,000 คน โดยนักเรียนเหล่านี้ยังได้ค้นพบการเปลี่ยนแปลงของตัวเองว่ามีการพัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะการใช้ชีวิตและอาชีพ ทักษะการใช้สื่อข่าวสารและเทคโนโลยี และการสร้างมนุษยสัมพันธ์ นอกจากนี้ 53% ของนักเรียนยังเผยว่า การทำงานร่วมกันกับเพื่อน คือ 1 ใน 3 สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการเติบโตของพวกเขา